ทำไมต้องปฏิรูปพลังงาน

ทำไมต้องปฏิรูปพลังงาน

จากสถานการณ์พลังงานที่การจัดหาพลังงานไม่เป็นไปตามเป้าหมาย ตลาดไม่เอื้อต่อการแข่งขัน การเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีใหม่ที่จะมีผลต่อการใช้ และการจัดหาพลังงานยังไม่มีการประเมินผลกระทบและการกำหนดทิศทางพัฒนาที่ชัดเจน ตลอดจนการบริหารจัดการภาครัฐที่ผ่านมาขาดการยอมรับของประชาชนก่อให้เกิดความขัดแย้งและนำไปสู่การชะงักของการลงทุนด้านพลังงานที่สำคัญของประเทศ อาทิ การสำรวจและผลิตปิโตรเลียม และการลงทุนโรงไฟฟ้า เป็นต้น

คณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านพลังงานพิจารณาแล้วเห็นว่าหากไม่เร่งแก้ปัญหาและปรับเปลี่ยนการพัฒนาด้านพลังงานใหม่ทั้งระบบ อาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจาก “พลังงาน” ถือเป็นสาขาการผลิตที่สำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ คณะกรรมการฯ จึงวิเคราะห์สถานการณ์ ปัญหา อย่างครบวงจร และกำหนดโรดแมปการปฏิรูป 5 ปี (พ.ศ.2561- 2565) เพื่อมุ่งปรับการบริหารจัดการพลังงานของภาครัฐใหม่ที่เน้นการมีส่วนร่วมของประชาชน ปรับรูปแบบการวางแผนจัดหาพลังงานเพื่อสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน ปรับโครงสร้างกิจการพลังงานให้มีการแข่งขันเพิ่มขึ้น พัฒนาพลังงานทดแทนเพื่อเป็นทางเลือกให้ประชาชนมีอิสระด้านพลังงานในการผลิตเอง ใช้เอง เหลือขาย ส่งเสริมการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพในทุกภาคส่วน ตลอดจนผลักดันการสร้างฐานรายได้ใหม่ของประเทศจากอุตสาหกรรมพลังงาน โดยมีสาระสำคัญการดำเนินการปฏิรูปประเทศด้านพลังงาน 6 ด้าน 17 ประเด็นปฏิรูป ที่จะต้องผลักดันให้เริ่มดำเนินการภายในปี 2561 และผลประโยชน์ที่ประเทศและประชาชนจะได้รับ

รายละเอียดทั้งหมด สามารถดาวน์โหลดได้ที่นี่

กระทรวงพลังงาน เปิดงาน “พระมิ่งมารดา ศรีแห่งแผ่นดิน” เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9

วันนี้ (8 สิงหาคม ) ณ ล็อบบี้ อาคารซี ศูนย์เอนเนอร์ยี่คอมเพล็กซ์  กระทรวงพลังงานจัดพิธีเปิดงาน “พระมิ่งมารดา ศรีแห่งแผ่นดิน” เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จ พระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 86 พรรษา ภายใต้โครงการตามรอยศาสตร์        พระราชาด้านการพัฒนาพลังงาน พร้อมน้อมนำพระราชดำรัสและ พระราชกรณียกิจมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน

โดยภายในงานได้รับเกียรติจาก ดร.ศิริ จิระพงษ์พันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน  เป็นประธานในพิธีเปิดงาน

ทั้งนี้ ภายในงานประกอบด้วยกิจกรรมหลักๆ 3 โซน ได้แก่

โซนที่ 1 การจัดแสดงนิทรรศการ “พระมิ่งมารดา ศรีแห่งแผ่นดิน” ถ่ายทอดเรื่องราวพระราชกรณียกิจที่สื่อให้เห็นถึงพระปรีชาสามารถและพระอัจฉริยภาพของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ในบทบาท “แม่ของแผ่นดิน” ได้ทรงมอบความรักความห่วงใยต่อพสกนิกรชาวไทย ให้มีความอยู่ดีกินดี สนับสนุน ภูมิปัญญาท้องถิ่น การสร้างอาชีพ สร้างรายได้อย่างพอเพียง เพื่อเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจแก่เหล่าประชาชน

โซนที่ 2 การจัดแสดงนิทรรศการผ่านภาพเสมือนจริง เพื่อนำเสนอเรื่องราวของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 จานวน 3 ตอน ได้แก่ คู่พระบารมีศรีแผ่นดิน , พระราชินีแห่งสยาม และสายใยรักจาก “แม่สู่ลูก” เพื่อตระหนักถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่านที่มีต่อปวงชนชาวไทย

โซนที่ 3 กิจกรรมเวิร์คช็อป D.I.Y บอกรักแม่ด้วยการทำของขวัญให้กับแม่ ได้แก่ การจัดทำโปสการ์ด ประดิษฐ์ดอกมะลิ และการทำผ้ามัดย้อม

นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมเวที ที่มีเหล่าศิลปินชื่อดังมาร่วมถ่ายทอดบทเพลงบอกรักแม่ อาทิ กัน-นภัทร อินทร์ใจเอื้อ , ขนมจีน กุลมาศ , เบน ชลาทิศ และยังมีการแสดงจากเหล่าเยาวชนที่มีความสามารถมากมายมาร่วมสร้างสีสันภายในงาน

ทั้งนี้ งาน “พระมิ่งมารดา ศรีแห่งแผ่นดิน” กำหนดจัดขึ้นตั้งแต่วันนี้ – 10 สิงหาคม 2561  ณ ล็อบบี้ อาคารซี ศูนย์เอนเนอร์ยี่คอมเพล็กซ์ กระทรวงพลังงาน

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่  โทร. 02 140 7000 ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เพจเฟซบุ๊คแฟนเพจ “ศูนย์บริการร่วม กระทรวงพลังงาน”

“เอกสาร ป.ย.ป. กระทรวงพลังงาน”

Act_Reform Principle 2560    Click here

Energy Reform Plan 2560    Click here

annouce_22-2561_Energy Por Yor Por Working gr     Click here

annouce_23-2561 Energy Por Yor Por officials     Click here

annouce_28-2561 Sub com drive reform    Click  here

Form1_detail projects debrief    Click  here

Form2_Budget inquire-Annual gov    Click  here

Form3_Budget inquire-Petroleum Concession Fund    Click  here

Form4_Budget inquire-ENCON Fund    Click  here

PPT_projects-energy reform-ENCON fund   Click here

Form5_Flagship projects monitoring_Sor Nor Yor1  Click here

booklet_energy-reform-2018-MOEN  Click here

 

 

 

รมว.พลังงาน เยี่ยมโรงกำจัดขยะผลิตไฟฟ้า หนองแขม

ดร. ศิริ จิระพงษ์พันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน พร้อมด้วยนายประพนธ์ วงษ์ท่าเรือ อธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) เยี่ยมชมโครงการโรงไฟฟ้ากำจัดขยะผลิตไฟฟ้าเพื่อสิ่งแวดล้อม หนองแขม โดยมี นายเหอ หนิง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีแอนด์จี เอ็นไวรอนเมนทอล โปรเท็คชั่น (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ดูแลโครงการให้การต้อนรับ

ปัจจุบัน บริษัทฯ รับขยะจาก กทม.ใน 5 เขต ได้แก่ ทวีวัฒนา หนองแขม จอมทอง ภาษีเจริญ และบางกอกใหญ่ ในปริมาณ 500 ตันต่อวัน มากำจัดด้วยเทคโนโลยีเตาเผาแบบตะกรับจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ใช้อุณหภูมิในการเผาไหม้ 1,000 องศาเซลเซียส สามารถนำขยะที่กำจัดมาผลิตเป็นไฟฟ้าได้วันละ 200,000 ยูนิต ส่งขายให้การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) วันละ 7 เมกะวัตต์ ส่วนที่เหลือจะนำไปใช้ในโรงกำจัดขยะต่อไป

โดยบริษัทได้รับการรับรองมาตรฐานระบบบริหารงานคุณภาพ ISO 9001 ระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม ISO 14001 และ ระบบการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย OHSAS 18001 เป็นไปตามมาตรฐานทั้งในประเทศและระดับสากล

ดร. ศิริ จิระพงษ์พันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ร่วมเปิดงาน ส่งเสริมการใช้น้ำมันบางจากดีเซลเกรดพิเศษ B20

ดร. ศิริ จิระพงษ์พันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นประธานในพิธีเปิด “โครงการส่งเสริมการใช้น้ำมันบางจากดีเซลเกรดพิเศษ B20” โดยมี นายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจาก คอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน), นายประชัย เลี่ยวไพรัตน์  ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทีพีไอ โพลีน จำกัด (มหาชน) พร้อมคณะผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงพลังงาน บางจากฯ ทีพีไอฯ และผู้ประกอบการขนส่ง เข้าร่วมพิธีฯ ณ บมจ.ทีพีไอ โพลีน เพาเวอร์ จังหวัดสระบุรี เพื่อสนับสนุนนโยบายรัฐ ช่วยเหลือเกษตรกรสวนปาล์ม ในภาวะน้ำมันปาล์มดิบล้นตลาด ราคาตกต่ำ ลดต้นทุนค่าขนส่ง ค่าโดยสารในยามน้ำมันแพงช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม โดยมีผู้ประกอบการกลุ่มขนส่งสินค้า รถและเรือโดยสาร เข้าร่วมโครงการจำนวนมาก

 

 

 

 

 

 

คู่มือการปฏิบัติงาน ตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.2560

คู่มือปฏิบัติงานตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560   คลิกที่นี่

พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560  คลิกที่นี่

กฎกระทรวง  คลิกที่นี่

ระเบียบ   คลิกที่นี่

ประกาศ   คลิกที่นี่

หนังสือเวียนต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง  คลิกที่นี่

คำถาม – คำตอบ  (ที่พบบ่อย)   คลิกที่นี่

 

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานและผู้บริหารระดับสูงร่วมลงนามถวายพระพรเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

วันนี้ (28 ก.ค. 61) คณะผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่กระทรวงพลังงาน นำโดยดร.ศิริ จิระพงษ์พันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานและนายธรรมยศ ศรีช่วย ปลัดกระทรวงพลังงาน เข้าร่วมพิธีทำบุญตักบาตร พิธีถวายสัตย์ปฏิญาณเพื่อเป็นข้าราชการที่ดีและพลังของแผ่นดิน และร่วมลงนามถวายพระพร เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 66 พรรษา 28 กรกฎาคม 2561 ณ ท้องสนามหลวง และพระบรมมหาราชวัง

รมว. พลังงาน ลงพื้นที่ตรวจราชการ จ.อุบลราชธานี – ศรีสะเกษ

ดร. ศิริ จิระพงษ์พันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน พร้อมด้วยปลัด และผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงพลังงานได้เดินทางลงพื้นที่ตรวจราชการในจังหวัดอุบลราชธานี และจังหวัดศรีสะเกษ เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2561 ซึ่งเป็นภารกิจส่วนหนึ่งของการประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่ โดยกระทรวงพลังงานได้ติดตามตรวจเยี่ยมโครงการระบบสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์สู้ภัยแล้ง (ระบบเกษตร) ณ กลุ่มเกษตรกรบ้านหนองห้าง ต.หนองห้าง อ.อุทุมพรพิสัย จ. ศรีสะเกษและระดมสมอง work shop กับตัวแทนเกษตรกรกว่า 400 คน เพื่อสร้างการเรียนรู้ สร้างการมีส่วนร่วมแบบไทยนิยมยั่งยืน ทั้งนี้ระบบสูบน้ำเพื่อการเกษตรดังกล่าว จะช่วยสูบน้ำจากบ่อบาดาลโดยใช้เครื่องสูบน้ำพลังงานไฟฟ้าจากเซลล์แสงอาทิตย์ ช่วยเกษตรกรในพื้นที่ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายด้านพลังงานในการจัดหาน้ำเพื่อการเพาะปลูกพืชที่สำคัญ ๆ อาทิ กระเทียม หัวหอม ที่สามารถสร้างรายได้และพัฒนาคุณภาพชีวิตให้กับเกษตรกรในพื้นที่ที่ห่างไกล เพื่อสร้างความมั่นคงด้านรายได้และความกินดีอยู่ดีของประชาชนในชนบท ที่จะมีน้ำใช้เพื่อกิจการการเกษตรถึงแม้จะมีภัยแล้ง

     ทั้งนี้ มีการสาธิตช่วยกลุ่มเกษตรกร ในการกรอกข้อมูลทำคำขอติดตั้งระบบการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ในการสูบน้ำบาดาลเพื่อการเกษตรสู้ภัยแล้ง ซึ่งสำนักงานกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ได้ประกาศหลักเกณฑ์การให้การสนับสนุนระบบการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ในการสูบน้ำบาดาลเพื่อการเกษตรสู้ภัยแล้งให้กับกลุ่มเกษตรกรที่จะรวมตัวกัน เกิน 7 ครัวเรือน ในพื้นที่ไม่ต่ำกว่า 15 ไร่ และมีน้ำบาดาลจำนวน 5,000 จุดทั่วประเทศ โดยกระทรวงพลังงานร่วมกับ กอ.รมน. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้ทำการสาธิตติดตั้งของกลุ่มเกษตรกร อุทุมพรพิสัย จ.ศรีสะเกษ ให้กับกลุ่มเกษตรกรรวมทั้งจาก จ.ศรีสะเกษ ยโสธร บุรีรัมย์ อุบลราชธานี อำนาจเจริญ มหาสารคาม เข้ามาร่วมรวมทั้งหมด 140 กลุ่ม ทำการศึกษาเรียนรู้เกี่ยวกับโครงการฯ และร่วมกันกรอกข้อมูล โดยกระทรวงพลังงานมีเป้าหมายที่จะช่วยเกษตรกรในการติดตั้งระบบทั้งหมด 5,000 จุด ภายในปีนี้ โดยให้งบประมาณ 3,000 ล้านบาท เพื่อให้เป็นประโยชน์ต่อเกษตรกร 35,000 ครัวเรือน ให้มีความมั่นคงในการดำเนินชีวิต และมีรายได้จากการเกษตรที่มั่นคง โดยเกษตรกรผู้สนใจสามารถติดต่อขอรับใบสมัครเข้าร่วมโครงการได้ที่ 02 -612 1555 ต่อ 370 หรือ 214 ตั้งแต่บัดนี้จนถึง 10 ส.ค. 2561 นี้ หรือติดตามรายละเอียดที่ www.enconfund.go.th

นอกจากนี้ คณะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน พร้อมด้วย รองผู้ว่าการนโยบายและแผน การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ยังได้ติดตามความก้าวหน้าโครงการผลิตไฟฟ้าเซลล์แสงอาทิตย์บนทุ่นลอยน้ำเขื่อนสิรินธร จ.อุบลราชธานี ซึ่งกฟผ. ร่วมกับ บริษัทกันกุลเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) ได้ติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากเซลล์แสงอาทิตย์แบบทุ่นลอยน้ำขนาด 250 กิโลวัตต์ ซึ่งจะเป็นต้นแบบในการดำเนินโครงการนำร่อง Hydro floating Solar Hybrid ขนาด 45 เมกะวัตต์ ซึ่งเป็นการบริหารจัดการที่เชื่อมโยงกับระบบเขื่อนเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด โดยการผลิตไฟฟ้าสามารถสนองกับความต้องการใช้ไฟฟ้าทั้งในช่วงเวลากลางวันและช่วงหัวค่ำ ได้เพิ่มมากขึ้นตามกำลังศักยภาพสูงสุดของแต่ละเขื่อน

กระทรวงพลังงาน การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย และชาวกาญจนบุรี ร่วมกิจกรรม “เราทำความดีด้วยหัวใจ”ต้นรวงผึ้ง ต้นยางนา พร้อมปล่อยพันธุ์ปลา เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 66 พรรษา ณ เขื่อนวชิราลงกรณ จังหวัดกาญจนบุรี

ดร.ศิริ จิระพงษ์พันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่กระทรวงพลังงาน ตลอดจนผู้บริหารการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และประชาชนจังหวัดกาญจนบุรี  ร่วมกิจกรรม “เราทำความดีด้วยหัวใจ” เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เนื่องในโอกาส  วันเฉลิมพระชนมพรรษา 66 พรรษา 28 กรกฎาคม 2561 ณ เขื่อนวชิราลงกรณ จังหวัดกาญจนบุรี

ดร.ศิริ จิระพงษ์พันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า เขื่อนวชิราลงกรณ เป็นเขื่อนที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานนามตามพระนามาภิไธยในสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2544 แทนชื่อเขื่อนเขาแหลมเดิม ยังความปลาบปลื้มให้กับปวงชนชาวไทย และเนื่องในโอกาสวันเฉลิม พระชนมพรรษา 66 พรรษา กระทรวงพลังงาน จึงได้ร่วมกับ กฟผ. และประชาชนชาวกาญจนบุรี จัดกิจกรรม “เราทำความดีด้วยหัวใจ” เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ด้วยการทำความดี โดยร่วมกันปลูกต้นรวงผึ้ง ซึ่งเป็นต้นไม้ประจำรัชกาล จำนวน 100 ต้น ปลูกต้นยาง จำนวน 100 ต้น เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวและช่วยลดโลกร้อน และปล่อยพันธุ์ปลา จำนวน 660,000 ตัว เพื่อช่วยขยายพันธุ์ปลาน้ำจืด สามารถสร้างอาชีพและรายได้ให้กับชุมชน รวมถึงสร้างระบบนิเวศและเป็นแหล่งอาหารให้กับชุมชนอีกทางหนึ่ง ซึ่งการทำความดีด้วยหัวใจนี้จะทำให้ประเทศชาติเจริญรุ่งเรืองและมีความผาสุกตลอดไป

 

 

นายวิบูลย์ ฤกษ์ศิระทัย ผู้ว่าการ กฟผ. กล่าวเพิ่มเติมว่า นับตั้งแต่พิธีเปิดเขื่อนวชิราลงกรณอย่างเป็นทางการเมื่อปี 2529 จนถึงปัจจุบัน เป็นเวลากว่า 30 ปีแล้วที่เขื่อนวชิราลงกรณ ได้อำนวยประโยชน์ด้านการชลประทาน การคมนาคม การประมง ตลอดจนช่วยขับไล่น้ำเสียและผลักดันน้ำเค็มให้สภาพน้ำในแม่น้ำแม่กลองมีคุณภาพดีขึ้น และยังสามารถผลิตไฟฟ้าเสริมความมั่นคงให้กับระบบไฟฟ้าของประเทศ ซึ่งในวันนี้ก็ได้มีการจัดนิทรรศการความเป็นมาเขื่อนวชิราลงกรณ การพัฒนาพลังงานทดแทน รวมทั้งการดำเนินโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี (อพ.สธ.) เพื่อเพิ่มพูนองค์ความรู้ให้กับผู้มาร่วมงาน พร้อมจัดแสดงผลิตภัณฑ์ชุมชน อาทิ หมูสมุนไพรบ้านปรังกาสี กล้วยฉาบบ้านห้วยต่อ ข้าวเกรียบฟักทองบ้านห้วยมาลัย เพื่อส่งเสริมอาชีพของชุมชนโดยรอบอีกด้วย

นอกจากนี้ กฟผ. ยังมีการจัดกิจกรรม “เราทำความดีด้วยหัวใจ” ตลอดทั้งเดือนกรกฎาคม คือ วันที่ 10 กรกฎาคม 2561 คณะผู้บริหาร และพนักงาน กฟผ.ทั่วประเทศ ร่วมถวายสัตย์ปฏิญาณและแสดงเจตนารมณ์ “คน กฟผ. ร่วมอาสาทำความดีด้วยหัวใจ” เพื่อเป็นพนักงานที่ดีและเป็นพลังของแผ่นดิน  วันที่ 19 กรกฎาคม 2561 จัดกิจกรรม “เราทำความดีด้วยหัวใจ ปลูกป่าชายเลน  เทิดไท้องค์ราชัน” ณ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร จังหวัดชุมพร  วันที่ 22 กรกฎาคม 2561 จะจัดกิจกรรมพัฒนาชุมชนและบำเพ็ญประโยชน์สาธารณะบริเวณชุมชนต่าง ๆ และในวันที่ 26 กรกฎาคม 2561 จะจัดพิธีถวายผ้าป่ามหากุศลเฉลิมพระเกียรติฯ เพื่อสนับสนุนโครงการทุนเล่าเรียนหลวงสำหรับพระสงฆ์ไทย ณ สำนักงานใหญ่ กฟผ. อีกด้วย

 

กระทรวงพลังงาน โดยดร.ศิริ จิระพงษ์พันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้ให้ การต้อนรับ ดร.ฟาร์ตี้ ไบโรล์ ผู้อำนวยการทบวงการพลังงานระหว่างประเทศ (Dr.Fatih Birol Executive Director of International Energy Agency : IEA)

 

กระทรวงพลังงาน โดยดร.ศิริ จิระพงษ์พันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้ให้  การต้อนรับ ดร.ฟาร์ตี้ ไบโรล์ ผู้อำนวยการทบวงการพลังงานระหว่างประเทศ (Dr.Fatih Birol Executive Director of  International Energy Agency : IEA)  ซึ่งได้ให้เกียรติเยือนกระทรวงพลังงานอย่างเป็นทางการ พร้อมบรรยายพิเศษ ในหัวข้อ สถานการณ์ทิศทางพลังงานโลก ตลาดน้ำมัน เทคโนโลยีด้านพลังงาน ตลอดจนแลกเปลี่ยนความคิดเห็น  ในประเด็นพลังงานโลกที่สำคัญ ๆ โดยมีผู้บริหารจากกระทรวงพลังงาน รวมทั้งผู้บริหารตลอดจนเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานด้านพลังงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม

ทั้งนี้ ภายหลังการบรรยายพิเศษ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงกระทรวงพลังงาน ได้ทำการหารือร่วมกับ ดร.ฟาร์ตี ไบโรล์ ผู้อำนวยการ IEA ดังกล่าว โดยมีประเด็นและกรอบการหารือด้านพลังงานที่สำคัญ ๆ ประกอบด้วย แนวโน้มและทิศทางของตลาดน้ำมัน ทิศทางของตลาดพลังงานในปัจจุบันและอนาคต  การพัฒนาพลังงานทดแทน ทิศทางของการใช้เทคโนโลยีที่ก้าวกระโดดเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน อาทิ เทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้า (EV) และรูปแบบการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ซึ่งเทคโนโลยีได้พัฒนาอย่างรวดเร็ว เป็นต้น

นอกจากนี้ กระทรวงพลังงานได้ใช้โอกาสในการมาเยือนของผู้อำนวยการ IEA ครั้งนี้  หารือประเด็นสำคัญ เช่น  ทิศทางความร่วมมือระหว่างไทย และทบวงพลังงานระหว่างประเทศ ทั้งในปัจจุบันและอนาคต ซึ่งเบื้องต้นกระทรวงพลังงาน ได้ขอความร่วมมือให้ทบวงพลังงานระหว่างประเทศ ร่วมพัฒนาและศึกษานโยบาย องค์ความรู้ ข้อมูล และ การจัดส่งผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานในสาขาต่างๆ เข้ามาให้คำปรึกษากับไทย โดยเฉพาะในด้านการวางแผนแม่บทการพัฒนาพลังงานระยะยาวของไทย การจัดทำเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals–SDGs) และ  การวางแผนด้านการจัดทำสำรองน้ำมัน เป็นต้น โดยองค์ความรู้จาก IEA กระทรวงพลังงานจะได้นำไปปรับใช้ในกระบวนการวางแผนและกำหนดยุทธศาสตร์ด้านพลังงานอย่างเป็นมาตรฐาน เพื่อสร้างความมั่นคงด้านพลังงานให้  แก่ประเทศในระยะยาว

สำหรับการมาเยือนของผู้บริหารระดับสูงจากทบวงพลังงานระหว่างประเทศหรือ IEA นี้ แสดงให้เห็นถึงความสำเร็จของการกำหนดนโยบายด้านพลังงานของไทยในเวทีโลก และย้ำถึงการเป็นพันธมิตรที่ดีระหว่างไทยและ IEA ที่แม้ประเทศไทยจะไม่ใช่สมาชิกหลัก แต่ถือได้ว่าที่ผ่านมาประเทศไทยได้รับความร่วมมือและการช่วยเหลือด้านการแบ่งปันองค์ความรู้ด้านพลังงานในระดับสากลด้วยดีมาโดยตลอด