รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ร่วมงานเปิดตัวแอปพลิเคชัน “กระทรวงพลังงาน”

   

      กระทรวงพลังงาน เปิดประสบการณ์ใหม่ให้คนไทยได้รับรู้ข่าวสารและความรู้ด้านพลังงาน ได้รวดเร็วทันเหตุการณ์ ในยุค 4.0 กับการเปิดตัวแอปพลิเคชั่นใหม่ “กระทรวงพลังงาน”บนอุปกรณ์เครื่องมือสื่อสารผ่านระบบปฏิบัติการ iOS – Android  ที่เข้าถึงข้อมูลการแจ้งเตือนการเปลี่ยนแปลงราคาน้ำมัน ปริมาณการใช้ไฟฟ้าทั้งประเทศแบบ Real time สถานการณ์พลังงานไฟฟ้า สินค้าพลังงานต่างๆ ข่าวสารเรื่องเด่นประเด็นร้อน เพิ่มพื้นที่สนุกๆ ด้วยกิจกรรมตอบคำถามชิงรางวัลพิเศษทุกเดือน

      พลเอก อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า ตามนโยบายรัฐบาลที่ประกาศแผนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อขับเคลื่อนปฏิรูปประเทศไทยสู่ Digital Thailand นั่นหมายถึงประเทศไทยสามารถสร้างสรรค์ และใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีดิจิทัลอย่างเต็มศักยภาพในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศไปสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน ดังนั้นเพื่อให้สอดรับกับนโยบายดังกล่าว กระทรวงพลังงาน ได้เพิ่มช่องทางการสื่อสารด้านพลังงาน ใหม่ให้กับคนไทย ยุค 4.0 โดยรวบรวมข้อมูลต่างๆจากหน่วยงานในสังกัดกระทรวงพลังงาน เช่นหน้าที่ ภารกิจ ผลผลิตของแต่ละหน่วยงาน เป็นต้น นอกจากนั้นยังมีช่องทางการติดต่อสื่อสารเพื่อรับข้อเสนอแนะคำแนะนำหรือร้องเรียน ทั้งผ่านทางแอปพลิเคชันโดยตรงหรือเบอร์โทรสายด่วนของแต่ละหน่วยงาน ได้อีกหนึ่งช่องทาง

นายธรรมยศ ศรีช่วย ปลัดกระทรวงพลังงาน กล่าวถึงความพร้อมของกระทรวงพลังงานในการขับเคลื่อน Energy  4.0 ว่า มีการปรับกลยุทธ์ เพื่อสร้างมิติใหม่ ให้สอดรับนโยบายรัฐบาลและแผนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เพื่อการปฏิรูปประเทศสู่ Digital Thailand ด้วยการใช้เทคโนโลยีมาสร้างสรรค์ให้เกิดประโยชน์ เพื่อการพัฒนาให้เต็มศักยภาพในโครงสร้างพื้นฐาน นวัตกรรม และการพัฒนาแอปพลิเคชันกระทรวงพลังงาน ช่วยให้ประชาชนได้รู้ถึงข้อมูลที่เป็นข้อเท็จจริง ถูกต้อง แม่นยำ และตระหนักในสภาวการณ์พลังงานที่เกิดขึ้นทั้งในประเทศ และอัพเดทสถานการณ์ต่างประเทศด้วย  ดังนั้นแอปพลิเคชั่นใหม่กระทรวงพลังงานนี้จะเข้ามาตอบโจทย์การสื่อสารในวงกว้าง และเป็นอีกกลไกหนึ่งในการสร้างความยั่งยืนและโดดเด่นในการรวบรวมข้อมูลด้านการอนุรักษ์พลังงาน พลังงานทดแทน การกำกับดูแลความปลอดภัยมาตรฐานเชื้อเพลิง การพัฒนาแหล่งผลิตพลังงาน เป็นช่องทางส่งผ่านข้อความสำคัญได้อย่างมีประสิทธิภาพ

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เข้าเยี่ยมชมบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด(มหาชน)

วันนี้ (15 พ.ย. 60) พลเอก อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน พร้อมด้วยคณะ เดินทางเข้าเยี่ยมชม บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) โดยมีผู้บริหารของบริษัทให้การต้อนรับ และบรรยายภาพรวมการดำเนินงาน

การประชุมโต๊ะกลมรัฐมนตรีพลังงานแห่งเอเชีย ครั้งที่ 7 (AMER 7)

วันที่ 2 พฤศจิกายน 2560 การประชุมโต๊ะกลมรัฐมนตรีพลังงานแห่งเอเชีย ครั้งที่ 7 โดยมี พล.อ.อ. ประจิ่น จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดการประชุม

“ผมรู้สึกเป็นเกียรติเป็นอย่างยิ่งและมีความยินดีที่ได้มาต้อนรับทุกท่านเข้าสู่การประชุมโต๊ะกลมรัฐมนตรีพลังงานเอเชีย ครั้งที่ 7 ซึ่งจัดขึ้น ณ กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย โดยมีประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เป็นเจ้าภาพร่วม

ผมรู้สึกภูมิใจที่ประเทศไทยได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพการจัดประชุมในครั้งนี้ ซึ่งถือเป็นการประชุมระหว่างประเทศที่สำคัญครั้งหนึ่งของประเทศไทย ผมขอขอบคุณรัฐมนตรีพลังงานเอเชีย และผู้บริหารจากองค์การระหว่างประเทศทุกท่านที่สละเวลาอันมีค่าของท่านเดินทางมา ณ ที่นี้ พร้อมทั้งขอต้อนรับทุกท่านสู่กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย ดินแดนแห่งรอยยิ้มอย่างเป็นทางการ

หัวข้อการประชุมในวันนี้ คือ Global Market in Transition : From Vision to Action ซึ่งสะท้อนสถานการณ์พลังงานของโลกในยุคปัจจุบันได้เป็นอย่างดี เนื่องจากโลกของเรากำลังเข้าสู่ยุคเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน ประเทศต่างๆ โดยเฉพาะประเทศในเอเชีย จะมีแนวทางดำเนินการอย่างไรเพื่อให้การเปลี่ยนผ่านเป็นไปอย่างราบรื่น

เพื่อให้สอดคล้องกับหัวข้อการประชุมในวันนี้ ผมจะจึงขอกล่าวถึง 3 ประเด็นสำคัญเพื่อเป็นแนวทางสำหรับการหารือ โดยประเด็นที่ผมจะกล่าวถึง ประกอบไปด้วย (1) สถานการณ์พลังงานของโลกและของภูมิภาค (2) การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน (3) การดำเนินการของประเทศไทยต่อการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานดังกล่าว

ท่านผู้มีเกียรติทุกท่านครับ

(1) สถานการณ์พลังงานของโลกและของภูมิภาค

ปัจจุบันอัตราการเจริญเติบโตของการใช้พลังงานมาจากประเทศกำลังพัฒนาเป็นส่วนใหญ่ ได้แก่ กลุ่มประเทศ Non-OECD ซึ่งการเจริญเติบโตที่เกิดขึ้นนั้นเป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของจำนวนประชากร การย้ายถิ่นฐาน การขยายตัวของเมือง รวมถึงการพัฒนาความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของมนุษย์ ทั้งนี้ คงไม่สามารถปฏิเสธได้ว่าโลกของเราก็ยังคงต้องมีการใช้พลังงานฟอสซิลเป็นหลัก

สำหรับภูมิภาคเอเชียของเรา ถือว่าเป็นภูมิภาคที่มีสัดส่วนการใช้พลังงานมากที่สุดภูมิภาคหนึ่ง โดยมีการเจริญเติบโตของการใช้พลังงาน คิดเป็น 2 ใน 3 ของโลก เนื่องมาจากการเจริญเติบโตของประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ไม่ว่าจะเป็นจีน หรือ อินเดีย รวมทั้งประเทศที่อยู่ในช่วงการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว เช่น ประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในขณะเดียวกัน ภูมิภาคเอเชียก็ยังคงมีทรัพยากรพลังงานทั้งน้ำมัน และก๊าซธรรมชาติ ดังนั้น จะเห็นได้ว่า ภูมิภาคเอเชียเป็นภูมิภาคที่ประกอบไปด้วยทั้งผู้ซื้อและผู้ขายพลังงานรายใหญ่ ซึ่งทำให้เอเชียจะมีความสำคัญต่อตลาดพลังงานโลกและควรก้าวขึ้นมามีบทบาทนำในการกำหนดทิศทางด้านพลังงานของโลกต่อไป สอดคล้องกับการขนานนามยุคนี้ว่าเป็น “ศตวรรษของเอเชีย”

ทั้งนี้ จากการคาดการณ์สถานการณ์พลังงานโลกของทบวงการพลังงานระหว่างประเทศ (International Energy Agency: IEA) ความต้องการพลังงานของโลกจะเพิ่มขึ้นอีกร้อยละ 30 ในปี 2040 โดยพลังงานที่มีอัตราการใช้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วที่สุด คือ พลังงานหมุนเวียน ซึ่งคาดว่าจะมีสัดส่วนกำลังการผลิตไฟฟ้าที่ได้จากพลังงานหมุนเวียนคิดเป็นร้อยละ 60 โดยส่วนใหญ่มาจากพลังงานลม และแสงอาทิตย์ ด้านพลังงานฟอสซิลนั้น ก๊าซธรรมชาติจะมีการเจริญเติบโตมากที่สุด โดยเพิ่มสูงขึ้นอีกร้อยละ 50 จากแนวโน้มดังกล่าวจะเห็นได้ว่าเรากำลังเข้าสู่ยุคเปลี่ยนผ่านทางด้านพลังงาน จากยุคที่โลกถูกกำหนดด้วยพลังงานฟอสซิลมาสู่โลกที่พลังงานสะอาดเข้ามามีบทบาทสำคัญเพิ่มมากขึ้น

ท่านผู้มีเกียรติทุกท่านครับ

(2) ช่วงเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน (Energy Transition)

ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา โลกของเราเผชิญการเปลี่ยนแปลงมากมาย รวมถึงด้านพลังงาน ซึ่งเป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเนื่องจากภาวะโลกร้อน ข้อตกลงปารีสว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เป็นข้อตกลงที่มีผลกระทบต่อภาคพลังงานโดยตรง เนื่องจาก 2 ใน 3 ของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกมาจากภาคพลังงาน ด้วยเหตุนี้ หลากหลายประเทศจึงได้ให้ความสำคัญกับการเปลี่ยนระบบเศรษฐกิจไปสู่เศรษฐกิจสีเขียว โดยเน้นการแสวงหาทางเลือกในการผลิตพลังงานอย่างสะอาดและยั่งยืน เพื่อพัฒนาไปสู่การเป็นสังคมคาร์บอนต่ำ

นอกจากนี้ การพัฒนาเทคโนโลยีก็เจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว เกิด Disruptive Technology ต่างๆ มากมายในด้านพลังงาน ไม่ว่าจะเป็นยานยนต์ไฟฟ้า เทคโนโลยีระบบกักเก็บพลังงาน รวมถึงการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านพลังงานหมุนเวียนต่างๆ ที่ทำให้ต้นทุนลดต่ำลง นอกจากนี้ ยังเกิดกระแสการผลิตพลังงานไฟฟ้าและใช้ด้วยตัวเอง หรือ Prosumer ดังนั้น สัดส่วนการใช้พลังงานของโลกจะเริ่มเปลี่ยนแปลงไป การใช้พลังงานฟอสซิลแม้ว่ายังมีความสำคัญแต่สัดส่วนการใช้จะค่อยๆ ลดลง ในขณะที่พลังงานหมุนเวียน รวมถึงพลังงานสะอาดในรูปแบบอื่นๆ จะมีสัดส่วนการใช้เพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้ การเลือกใช้เทคโนโลยีสะอาดต่างๆ รวมทั้งการส่งเสริมการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและการอนุรักษ์พลังงานจะมีบทบาทมากขึ้น

การเปลี่ยนผ่านของตลาดพลังงานก็เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้เช่นกัน เมื่อแนวโน้มการผลิตและการบริโภคพลังงานเปลี่ยนไป ตลาดพลังงานในรูปแบบเดิมๆ จึงต้องปรับตัวตามความท้าทายหรือเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่เกิดขึ้น ตลาดพลังงานในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นตลาดน้ำมันหรือก๊าซธรรมชาติมีการแข่งขันเพิ่มมากขึ้นเนื่องจากมีผู้ผลิตรายใหม่เข้ามาในตลาด และในขณะเดียวกันปัจจัยความไม่แน่นอนในตลาดก็มีสูงด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเทคโนโลยีการประหยัดพลังงานใหม่ๆ การมาถึงของยานยนต์ไฟฟ้า หรือกระแสการใช้พลังงานสะอาด ซึ่งทำให้ความต้องการพลังงานในรูปแบบดั้งเดิมลดลง

จากความท้าทายและการเปลี่ยนแปลงที่ได้กล่าวไปในข้างต้น จะเห็นได้ว่าเรากำลังเข้าสู่ยุคเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวจะเป็นไปอย่างราบรื่นหรือไม่นั้นต้องอาศัยบทบาทและการดำเนินการจากทางภาครัฐในการกำหนดแนวทาง และวางนโยบาย พร้อมทั้งจะทำอย่างไรที่จะให้เกิดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการลงทุนจากภาคเอกชนในภาคพลังงาน ทั้งนี้ การหารือและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างประเทศผู้ผลิต และประเทศผู้นำเข้า เพื่อหาแนวทางในการสร้างความร่วมมือเพื่อให้การเปลี่ยนผ่านดังกล่าวเกิดความสมดุล เกิดเสถียรภาพ และที่สำคัญที่สุดคือ เกิดประโยชน์แก่ทั้งสองฝ่าย จึงเป็นสิ่งที่สำคัญยิ่ง

ท่านผู้มีเกียรติทุกท่านครับ

(3) การดำเนินงานของประเทศไทยต่อการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน

นับเป็นระยะเวลา 1 ปีแล้วที่ประเทศไทยได้สูญเสียพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 “พระบิดาแห่งการพัฒนาพลังงานไทย” พระองค์ท่านได้ทรงวางรากฐานแนวคิดการพัฒนาด้านพลังงาน โดยส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทน และเป็นต้นแบบในเรื่อง “ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง” ซึ่งรัฐบาลได้น้อมนำหลักการดังกล่าวมาเป็นแนวทางในการใช้ทรัพยากรในประเทศที่มีอยู่อย่างคุ้มค่า

จากหลักการของพระองค์ในเรื่องดังกล่าว ประเทศไทยโดยกระทรวงพลังงานจึงมีการจัดทำ “แผนบูรณาการพลังงานระยะยาว” ขึนเพื่อเป็นแผนหลักในการขับเคลื่อนประเทศไปสู่ความมั่นคงทางพลังงาน ความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจ และความยั่งยืนทางสิ่งแวดล้อม

นอกเหนือไปจากนั้น รัฐบาลไทยในปัจจุบันได้มีนโยบายที่เรียกว่า Thailand 4.0 ซึ่งเป็นความพยายามในการฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศ เพิ่มศักยภาพในการแข่งขัน หนีกับดักประเทศรายได้ปานกลาง โดยปรับเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจของประเทศไปสู่เศรษฐกิจที่เน้นคุณค่า และเน้นการขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม โดยในปัจจุบัน รัฐบาลให้ความสำคัญกับแนวนโยบายการพัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor: EEC) เพื่อรองรับการลงทุนและการขยายตัวทางเศรษฐกิจ

เพื่อให้สอดคล้องไปกับแนวนโยบายในข้างต้น รัฐบาลโดยกระทรวงพลังงาน จึงได้มีการจัดทำแผนงานเพื่อรองรับการดำเนินนโยบาย Thailand 4.0 ซึ่งเรียกว่า Energy 4.0 ขึ้น โดยแผนงานดังกล่าวประกอบไปด้วยการดำเนินงาน 4 ด้านด้วยกัน ได้แก่ การส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้า เช่น รถ E-Tuk Tuk การพัฒนาระบบกักเก็บพลังงาน การส่งเสริมการผลิตไฟฟ้าอย่างผสมผสาน และการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ และโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ

จากแผนการดำเนินงานดังกล่าว ประเทศไทยจึงก้าวเข้ามาสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านที่สำคัญ (Transition Period) โดยเรามุ่งที่จะขับเคลื่อนภาคพลังงานไปสู่อนาคตที่มีความทันสมัยและความอัจฉริยะมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะเป็นความท้าทายของภาครัฐในการบริหารจัดการให้ระบบพลังงานของประเทศมีความมั่นคง มีต้นทุนที่แข่งขันได้ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

ท่านผู้มีเกียรติทุกท่านครับ

ผมขอให้การประชุมโต๊ะกลมรัฐมนตรีพลังงานแห่งเอเชีย ครั้งที่ 7ประสบความสำเร็จตามความมุ่งหมายทุกประการ ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการประชุมโต๊ะกลมในครั้งนี้ จะเป็นจุดเริ่มต้นของความร่วมมือที่แนบแน่น และข้อริเริ่มต่างๆ ที่สร้างสรรค์ด้านพลังงานในภูมิภาคเอเชีย ซึ่งนอกจากจะช่วยสร้างความมั่นคงด้านพลังงานให้แก่ภูมิภาคของเราแล้ว ยังช่วยขับเคลื่อนให้ภูมิภาคของเรามีบทบาทนำด้านพลังงานในเวทีโลก

นอกเหนือไปจากนี้ จะมีการจัดประชุมสำคัญที่เกี่ยวข้องกับพลังงานอีกการประชุมหนึ่งต่อเนื่องไปกับการประชุม AMER 7 นั้นคือการประชุมเชิงปฏิบัติด้านพลังงานในกรอบความร่วมมือเอเชีย (ACD) ภายใต้หัวข้อ“ACD Energy Action Plan: Towards Global Energy Challenges” ซึ่งจะถูกจัดขึ้นในสถานที่เดียวกันนี้ ในวันที่ 4 พฤศจิกายน และผมขอเชิญชวนให้ทุกท่านอยู่นานขึ้นเพื่อเข้าร่วมงานดังกล่าว

ผมขอขอบคุณรัฐมนตรีพลังงานจากแต่ละประเทศ ผู้บริหารจากองค์การระหว่างประเทศ แขกผู้มีเกียรติทุกท่าน ที่เดินทางมาเข้าร่วมงานในวันนี้ พร้อมทั้งขอขอบคุณกระทรวงพลังงาน ประเทศไทย ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และ IEF ที่มีส่วนร่วมในการจัดการประชุมครั้งสำคัญในวันนี้ และในโอกาสนี้ผมขอเปิดงานการประชุมโต๊ะกลมรัฐมนตรีพลังงานแห่งเอเชีย ครั้งที่ 7 อย่างเป็นทางการ

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลเพื่อถวายพระราชกุศลครบรอบ 1 ปีวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ณ ทำเนียบรัฐบาล

วันนี้ (13 ต.ค. 60) พลเอก อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานและภริยา พร้อมด้วยนายธรรมยศ ศรีช่วย ปลัดกระทรวงพลังงาน เข้าร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลเพื่อถวายพระราชกุศลครบรอบ 1 ปี วันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และร่วมตักบาตรพระสงฆ์ จำนวน 89 รูป ณ บริเวณด้านหน้าตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล

 

พิธีทำบุญตักบาตรเนื่องในวันพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลครบรอบ 1 ปี วันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร

วันนี้ (12 ตุลาคม 2560) พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน นำคณะผู้บริหารระดับสูง ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ในสังกัดกระทรวงพลังงาน จำนวน 999 คน ร่วมทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ 89 รูป เนื่องในวันพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลครบรอบ 1 ปี วันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล และน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ทรงอุทิศพระวรกายประกอบพระราชกรณียกิจซึ่งนำมายังประโยชน์สุขและความเจริญรุ่งเรืองแก่ประชาชนชาวไทยและประเทศชาติตลอดช่วงเวลาที่พระองค์ทรงครองราชย์
โดยก่อนเริ่มพิธีทำบุญตักบาตร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานได้นำคณะผู้บริหาร และผู้เข้าร่วมงาน ถวายความเคารพเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร พร้อมยืนสงบนิ่งเป็นเวลา 89 วินาที ณ บริเวณด้านหน้าอาคารบี-อาคารเอ ศูนย์เอนเนอร์ยี่คอมเพล็กซ์
พร้อมกันนี้ กระทรวงพลังงาน ยังได้จัดนิทรรศการ “ภูมิพลังแห่งแผ่นดิน นวมินทร์กลางใจไทยนิรันดร์” จะจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 9 – 12 และ 16 ตุลาคม 2560 ซึ่งเป็นนิทรรศการที่ฉายภาพพระปรีชาสามารถ และพระอัจฉริยะภาพของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยเฉพาะในด้านพลังงานที่พระองค์ได้ ทรงพระราชทานพระดำริด้านการพัฒนาพลังงานทดแทน โดยใช้ทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่ในประเทศให้เกิดประโยชน์ เกิดการพัฒนาพลังงานยั่งยืน ซึ่งจากสายพระเนตรที่กว้างไกลที่ทรงเล็งเห็นว่าพลังงานของโลกจะใกล้หมดไป และจะมีราคาแพงขึ้น จึงได้พัฒนาพลังงานทดแทนหลายรูปแบบให้เกิดขึ้น อาทิ เชื้อเพลิงชีวภาพ จากเอทานอลและไบโอดีเซล ที่ปัจจุบันกลายเป็นเชื้อเพลิงหลักในภาคขนส่งของไทย รวมทั้งแนวทางการพัฒนาพลังงานน้ำ ลม และแสงอาทิตย์ อันก่อให้เกิดประโยชน์ต่อการสร้างความมั่นคงด้านพลังงานให้แก่ประเทศอย่างยั่งยืน ณ ลานชั้นล่าง อาคาร C ศูนย์เอนเนอร์ยี่คอมเพล็กซ์ กระทรวงพลังงาน

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นประธานเปิด งานนิทรรศการ “ภูมิพลังแห่งแผ่นดิน นวมินทร์กลางใจไทยนิรันดร์”

วันนี้ (9 ต.ค.60) พลเอกอนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นประธานเปิด งานนิทรรศการ “ภูมิพลังแห่งแผ่นดิน นวมินทร์กลางใจไทยนิรันดร์” เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ และถวายความอาลัยแด่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ทรงอุทิศพระวรกายประกอบพระราช กรณียกิจซึ่งนำมาซึ่งประโยชน์สุขและความเจริญรุ่งเรืองแก่ราษฎรและประเทศชาติ โดยภายในงานฯ มีผู้บริหารระดับสูงจากกระทรวงพลังงาน ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ในสังกัดกระทรวงพลังงานเข้าร่วม

พลเอกอนันตพร กล่าวว่า การจัดแสดงนิทรรศการฯ ครั้งนี้ เพื่อเป็นการฉายภาพพระปรีชาสามารถ และพระอัจฉริยะภาพของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยเฉพาะในด้านพลังงานที่พระองค์ได้ ทรงพระราชทานพระดำริด้านการพัฒนาพลังงานทดแทน โดยใช้ทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่ในประเทศให้เกิดประโยชน์ เกิดการพัฒนาพลังงานยั่งยืน ซึ่งจากสายพระเนตรที่กว้างไกลที่ทรงเล็งเห็นว่าพลังงานของโลกจะใกล้หมดไป และจะมีราคาแพงขึ้น จึงได้พัฒนาพลังงานทดแทนหลายรูปแบบให้เกิดขึ้น อาทิ เชื้อเพลิงชีวภาพ จากเอทานอลและไบโอดีเซล ที่ปัจจุบันกลายเป็นเชื้อเพลิงหลักในภาคขนส่งของไทย รวมทั้งแนวทางการพัฒนาพลังงานน้ำ ลม และแสงอาทิตย์ อันก่อให้เกิดประโยชน์ต่อการสร้างความมั่นคงด้านพลังงานให้แก่ประเทศอย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ ภายในงานจะประกอบด้วยนิทรรศการในส่วนต่างๆ ได้แก่ นิทรรศการภายใต้แนวคิด “ดิน น้ำ ลม แสง พลังแห่งพระบารมี”  ซึ่งจะนำเสนอการริเริ่มพัฒนาพลังงานทดแทนในด้านต่างๆ จากพระองค์ท่าน แนวคิดการใช้พลังงานอย่างพอเพียงและยั่งยืน รวมถึงความรู้ด้านอนุรักษ์พลังงาน และพลังงานทดแทน ในรูปแบบอินเตอร์แอคทีฟ นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมพิเศษที่สำคัญอื่นๆ เช่น การประดิษฐ์ดอกไม้จันทร์ วันละ 500 ดอก  เวทีเสวนาเทิดพระเกียรติจากผู้ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากพระองค์ในด้านต่างๆ อาทิ ด้านเศษฐกิจพอเพียง โดย พลเรือตรี ดร.สมัย ใจอินทร์ จากกรมอู่ทหารเรือ ดร.เกริก  มีมุ่งกิจ และด้านดนตรีและกีฬา โดยศาตราจารย์ (พิเศษ)เจริญ วรรธนะสิน  รองศาสตราจารย์ ดร.ภาธร ศรีกรานนท์ และศิลปินรับเชิญที่มาร่วมงาน

โดยการจัดนิทรรศการ “ภูมิพลังแห่งแผ่นดิน นวมินทร์กลางใจไทยนิรันดร์” จะจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 9 – 16 ตุลาคม 2560 ณ ลานชั้นล่าง อาคาร C ศูนย์เอนเนอร์ยี่คอมเพล็กซ์ กระทรวงพลังงาน สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์บริการร่วมกระทรวงพลังงาน โทร. 02 140 6286 หรือติดตามรายละเอียดได้ที่ www.energy.go.th

กระทรวงพลังงาน จัดงานครบรอบ 15 ปี วันคล้ายวันสถาปนา

วันนี้ (3 ต.ค.60) พลเอก อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูง ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ในสังกัดกระทรวงพลังงาน ร่วมพิธีบวงสรวงสักการะพระพรหม และพิธีเจริญพระพุทธมนต์ เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนากระทรวงพลังงาน ครบรอบ 15 ปี โดยนายธรรมยศ ศรีช่วย ปลัดกระทรวงพลังงาน รับมอบกระเช้าดอกไม้จากหน่วยงานต่าง ๆ ที่มาแสดงความยินดีเป็นจำนวนมาก ณ ห้องประชุม 9 ชั้น 15 ศูนย์เอนเนอร์ยี่คอมเพล็กซ์ อาคารบี