รายงานการประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.)

รายงานการประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.)
วันศุกร์ที่ 20 เมษายน 2561

*****************************

การปรับปรุงหลักเกณฑ์การคำนวณ ราคา ณ โรงกลั่น สำหรับน้ำมันเชื้อเพลิง

วันนี้ (20 เมษายน 2561) ที่กระทรวงพลังงาน ดร. ศิริ จิระพงษ์พันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน
ได้กล่าวถึงการพิจารณาของคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) เกี่ยวกับการปรับปรุงหลักเกณฑ์การคำนวณ ราคา ณ โรงกลั่น สำหรับน้ำมันเชื้อเพลิง ว่า

“จากรายงานการศึกษาของสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) เปรียบเทียบการคำนวณราคา ณ โรงกลั่น สำหรับน้ำมันเชื้อเพลิง (ดีเซล เบนซิน และ แก๊สโซฮอล) ระหว่างเกณฑ์ที่ใช้ในปัจจุบัน ซึ่งใช้ราคา FOB สิงคโปร์ สำหรับเกรดน้ำมัน Euro III เป็นฐาน แล้วบวกด้วยค่าปรับปรุงคุณภาพให้เป็นเกรดน้ำมัน Euro IV ที่ใช้ในเมืองไทย และบวกด้วยค่าใช้จ่าย (เทียบเท่า) การขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงจากสิงคโปร์ กับการอ้างอิงราคา FOB สิงคโปร์ สำหรับเกรดน้ำมัน Euro IV เป็นฐาน แล้วบวกเฉพาะค่าใช้จ่าย (เทียบเท่า) การขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงจากสิงคโปร์ ซึ่งที่ประชุม กบง. ได้มีมติเห็นชอบให้ใช้เกณฑ์ราคา Euro IV เป็นฐาน เนื่องจากสามารถสะท้อนสภาวะการแข่งขันในตลาดสากลได้ใกล้เคียงตามความเป็นจริงได้มากกว่า และหากเปรียบเทียบราคา ณ โรงกลั่น ของวันนี้
(20 เมษายน 2561) ที่คำนวณตามวิธีเดิม (ใช้ Euro III เป็นฐาน) กับ ตามวิธีใหม่ (ใช้ Euro IV เป็นฐาน) แล้ว
จะส่งผลให้ราคา ณ โรงกลั่น สำหรับน้ำมันเชื้อเพลิง ลดลง 41 สตางค์ต่อลิตร สำหรับน้ำมันดีเซล และ 61 สตางค์ต่อลิตร สำหรับแก๊สโซฮอล 91 (E10)

ประกอบกับการที่ได้มีการประกาศในราชกิจจานุเบกษาในวันนี้ ถึงมติคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ที่อนุมัติให้ปรับลดอัตราเงินส่งเข้ากองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน สำหรับน้ำมันเบนซิน แก๊สโซฮอล และดีเซล ลง 15 สตางค์ต่อลิตร เป็นระยะเวลา 2 ปี จะส่งผลให้ราคาขายส่ง (ก่อนรวมค่าการตลาดและ
จัดจำหน่ายตามสถานีบริการ) สามารถลดลงได้ 60 – 80 สตางค์ต่อลิตร

ทั้งนี้ ดร. ศิริ ได้กล่าวเสริมว่า การปรับโครงสร้างเกณฑ์การคำนวณราคา ณ โรงกลั่น และการปรับลดอัตราเงิน
ส่งเข้ากองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ในวันนี้ จะช่วยลดผลกระทบของการที่ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก
ได้เพิ่มขึ้นมากในช่วง 2-3 สัปดาห์ ที่ผ่านมา ต่อผู้บริโภค เทียบเท่ากับราคาน้ำมันดิบเพิ่มขึ้น/ลดลง 3.00 – 4.00 เหรียญต่อบาเรล”

 

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เข้าร่วมงานสืบสานวัฒนธรรมประเพณีสงกรานต์ ประจำปี 2561

วันนี้ (10 เม.ย. 61) พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีงานสืบสานวัฒนธรรมประเพณีสงกรานต์ ประจำปี 2561 ซึ่งในงานประกอบด้วยพิธีสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ พิธีทำบุญตักบาตร พิธีสรงน้ำพระ และพิธีรดน้ำดำหัว เพื่อเป็นการแสดงความเคารพ ความกตัญญูต่อผู้ใหญ่และผู้มีพระคุณ โดยนายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เข้าร่วมงาน ณ ทำเนียบรัฐบาล

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นประธานเปิดตัวโครงการตรวจเช็คเครื่องยนต์เพื่อประหยัดพลังงาน PTT Engine Tune Up

ตรวจสภาพรถยนต์ฟรีกับ ปตท. เพิ่มความปลอดภัยพร้อมรับสงกรานต์ ด้วยบริการตรวจเช็คเครื่องยนต์ฟรี 25 รายการ 138 แห่งทั่วประเทศ ณ สถานีบริการ ปตท. 57 แห่ง ศูนย์บริการ  Pro Check 47 แห่ง และศูนย์บริการ FIT Auto 34 แห่งทั่วประเทศที่ร่วมโครงการ ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 5 เมษายน 61 เตรียมพร้อมรับการเดินทางช่วงเทศกาลสงกรานต์

ดร.ศิริ  จิระพงษ์พันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นประธานในพิธีเปิดตัวโครงการตรวจเช็คเครื่องยนต์เพื่อประหยัดพลังงาน PTT Engine Tune Up พร้อมด้วย นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์  ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจปิโตรเลียมขั้นปลาย บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เพื่อร่วมรณรงค์สร้างจิตสำนึกด้านความปลอดภัยด้วยการตรวจเช็คเครื่องยนต์ตามมาตรฐานก่อนการเดินทาง ลดใช้พลังงาน ลดผลกระทบจากมลภาวะทางอากาศ และเพิ่มความปลอดภัยในการเดินทางแก่ผู้ใช้รถใช้ถนน ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 5 เมษายน 2561

ดร.ศิริ เปิดเผยว่า รัฐบาลมีความตระหนักถึงปัญหาด้านความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนซึ่งสาเหตุประการหนึ่งเกิดขึ้นจากสภาพเครื่องยนต์ที่ไม่มีความพร้อมสำหรับการเดินทางไกลในช่วงเทศกาลวันหยุดสงกรานต์นี้ จึงสนับสนุนในการดำเนิน โครงการ “PTT ENGINE TUNE UP” ขึ้น โดย ปตท. จัดโครงการอย่างต่อเนื่อง นับเป็นตัวอย่างอันดีที่จะช่วยขับเคลื่อนให้สังคมไทยเกิดการตื่นตัวเรื่องความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน โดยหันมาใส่ใจตรวจเช็คเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของเครื่องยนต์ให้มีความพร้อม สร้างจิตสำนึกแก่ผู้ใช้รถให้เห็นความสำคัญของการดูแลรักษาสภาพเครื่องยนต์ ช่วยเพิ่มความปลอดภัยและช่วยประหยัดพลังงาน เตรียมพร้อมให้ช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้ เป็นช่วงเวลาแห่งความสุขของครอบครัวที่จะได้เดินทางพบปะ ท่องเที่ยวอยู่อย่างพร้อมหน้าพร้อมตากัน

นายอรรถพล เปิดเผยว่า ปตท. จัดกิจกรรมให้บริการตรวจสภาพรถยนต์ฟรีแก่ประชาชน ภายใต้ โครงการ PTT Engine Tune Up ตั้งแต่ปี 2547 เป็นต้นมา เกิดขึ้นด้วยเจตนารมณ์ในการลดอุบัติเหตุจากการขับขี่ซึ่งมีสาเหตุจากสภาพเครื่องยนต์รถที่ไม่มีความพร้อมในการเดินทาง และเพื่อให้ประชาชนตระหนักถึงการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดเพราะรถที่เข้ารับการตรวจสภาพจะช่วยประหยัดน้ำมันได้ถึงร้อยละ 5 อีกทั้งยังช่วยลดปัญหามลภาวะทางอากาศเนื่องจากรถยนต์ที่ผ่านการตรวจสภาพแล้ว จะมีการปล่อยไอเสียลดลง ช่วยบรรเทาภาวะโลกร้อน รวมถึงเป็นการสนับสนุนให้อาจารย์และนักศึกษาอาชีวศึกษาทั่วประเทศ จำนวน 399 คน ใช้เวลาว่างจากการปิดภาคเรียนให้เกิดประโยชน์แก่สังคม ตลอดจนมีรายได้เสริม โดยผู้สนใจสามารถตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.pttplc.com และ PTT Contact Center โทร. 1365

รมว.พลังงาน ร่วมคณะนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่ จ.หนองบัวลำภู ขับเคลื่อนระบบสูบน้ำด้วยพลังงานแสงอาทิตย์

รมว.พลังงาน ร่วมคณะนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่ จ.หนองบัวลำภู ขับเคลื่อนระบบสูบน้ำด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ ช่วยชุมชนในพื้นที่เกษตรกรรมรวมกว่า 3,000 ไร่ เกิดรายได้ที่มั่นคงคุณภาพชีวิตดีขึ้น ตามแนวทางไทยนิยมยั่งยืน

วันที่ 22 มี.ค. 61 นายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ร่วมคณะตรวจราชการของนายกรัฐมนตรี ติดตามความคืบหน้า การใช้ระบบสูบน้ำบาดาลด้วยพลังงานจากแสงอาทิตย์ เพื่อใช้ในการปลูกผักอินทรีย์ สร้างความมั่นคงด้านรายได้และผลกำไรให้กับชุมชนอย่างมั่นคง โดยชุมชนไม่ต้องเสียงค่าใช้จ่ายในการจัดหาน้ำ เพื่อขับเคลื่อนชุมชนโพธิ์ศรีสำราญ เป็นเมืองเกษตรอินทรีย์ ตามแนวทางไทยนิยมยั่งยืน และเป็นต้นแบบการขยายผล การใช้พลังงานแสงอาทิตย์สูบน้ำ สู้ภัยแล้ง ในพื้นที่เกษตรกรรม กว่า 3,000 ไร่ ทั่วจังหวัดหนองบัวลำภู

โดยระบบสูบน้ำบาดาลด้วยพลังงานจากแสงอาทิตย์ ใช้เงินลงทุน 1.267 ล้านบาท และประกอบด้วย บ่อน้ำบาดาล (ขนาด 5 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง) แผงแปลงพลังงานแสงอาทิตย์ เป็นไฟฟ้า (ขนาด 2,000 วัตต์) ปั้มน้ำ (ขนาด 1.8 แรงม้า) และระบบถังพักน้ำใหญ่เล็ก (รวม 60 ลูกบาศก์เมตร) กระจายพื้นที่กว่า 8 ไร่ ของโครงการเกษตรอินทรีย์โพธิ์ศรีสำราญ สำหรับผู้ร่วมโครงการ 38 ราย และเมื่อขยายโครงการครบ 3,478 ไร่ จะสามารถช่วยเหลือเกษตรได้ถึง 1,868 คน

 

รมว.พน. เป็นประธานเปิดโครงการอบรมให้ความรู้การป้องกันการทุจริต และผลประโยชน์ทับซ้อน

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ให้โอวาทในการเปิดการอบรมให้ความรู้การป้องกันการทุจริต และผลประโยชน์ทับซ้อนแก่ข้าราชการและเจ้าหน้าที่กระทรวงพลังงาน ย้ำให้เจ้าหน้าที่รัฐยึดมั่นในหลักธรรมาภิบาล โปร่งใส สร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชน

วันนี้ (15 มี.ค. 61) ดร.ศิริ จิระพงษ์พันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้เป็นประธานในการกล่าวเปิดโครงการอบรมให้ความรู้การป้องกันการทุจริต และผลประโยชน์ทับซ้อน เรื่อง “ส่องกล้อง มองไกล กฎหมายคอร์รัปชั่น” โดยมีผู้บริหารระดับสูง ข้าราชการและเจ้าหน้าที่กระทรวงพลังงาน จำนวนกว่า 200 คน เข้าร่วมการอบรม ณ ห้องประชุมชั้น 15 ศูนย์เอนเนอร์ยี่คอมเพล็กซ์ อาคารบี ในการนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้มอบนโยบายในการปฏิบัติงานให้ ข้าราชการและเจ้าหน้าที่กระทรวงพลังงานยึดมั่นในหลักธรรมาภิบาล โปร่งใสตรวจสอบได้ และรับฟังความเห็นของประชาชน เพื่อให้การผลักดันนโยบายด้านพลังงานได้รับการยอมรับและสามารถขับเคลื่อนได้อย่างเป็นรูปธรรม ในโอกาสนี้ได้ร่วมแสดงสัญลักษณ์ การต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น พร้อมกับผู้บริหารกระทรวงพลังงาน เพื่อแสดงพลังในการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น

สำหรับโครงการอบรมในครั้งนี้ จัดโดยศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการทุจริต (ศปท.) กระทรวงพลังงาน มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้การป้องกันการทุจริต และผลประโยชน์ทับซ้อนแก่ข้าราชการและเจ้าหน้าที่กระทรวงพลังงาน ซึ่งเป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์ชาติว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ระยะที่ 3 (พ.ศ.2560-2564) โดยได้เชิญ พลอากาศเอกวีรวิท คงศักดิ์ กรรมการปฏิรูปประเทศด้านการป้องกัน และปราบปรามการทุจริต ในรัฐบาลชุดปัจจุบัน เป็นวิทยากรบรรยายถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์ รวมถึงกระตุ้นจิตสำนึกและสร้างค่านิยมแก่ข้าราชการและเจ้าหน้าที่กระทรวงพลังงาน เพื่อผลักดันให้เกิดสังคมที่ไม่ทนต่อการทุจริตสมตามเจตนารมณ์ของยุทธศาสตร์ชาติ

พิธีทำบุญตักบาตร อุทิศถวายเป็นพระราชกุศล แด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ณ พระที่นั่งทรงธรรม มณฑลพิธีท้องสนามหลวง

วันนี้ (11 ม.ค. 61) พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีทำบุญตักบาตร อุทิศถวายเป็นพระราชกุศล แด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร มีพระสงฆ์ จำนวน 89 รูป ออกรับบิณฑบาต รอบพระเมรุมาศ โดย ดร.ศิริ จิระพงษ์พันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน และนายธรรมยศ ศรีช่วย ปลัดกระทรวงพลังงาน เข้าร่วมพิธี ณ พระที่นั่งทรงธรรม มณฑลพิธีท้องสนามหลวง

กระทรวงพลังงานจับมือ ปตท. แจกข้าวใหม่เมื่อเติมน้ำมันที่ปั๊ม ปตท.ทั่วประเทศรับปีใหม่

กระทรวงพลังงานจับมือ ปตท. แจกข้าวใหม่เมื่อเติมน้ำมันที่ปั๊ม ปตท.ทั่วประเทศรับปีใหม่
สนับสนุนข้าวสารจากชาวนาไทยมอบความสุขช่วงปีใหม่แจกข้าวใหม่ 1 ล้านกิโลกรัมผ่านโครงการ
“ปีใหม่ ข้าวใหม่… อิ่มท้อง อิ่มใจ ช่วยชาวนา”
วันนี้ (24 ธันวาคม 2560) นายศิริ จิระพงษ์พันธ์รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการ“ปีใหม่ ข้าวใหม่… อิ่มท้อง อิ่มใจ ช่วยชาวนา”โดยมี นายธรรมยศ ศรีช่วยปลัดกระทรวงพลังงาน นายนิมิต วันไชยธนวงศ์ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี และนายเทวินทร์ วงศ์วานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ร่วมในพิธีเปิดโครงการฯ ณ สถานีบริการน้ำมันปตท.บจก.หลักเมืองถาวรพาณิชย์ อำเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี

นายศิริเปิดเผยว่า โครงการ “ปีใหม่ ข้าวใหม่…อิ่มท้อง อิ่มใจ ช่วยชาวนา” เป็นโครงการที่กระทรวงพลังงาน โดยบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)จัดขึ้นเพื่อมอบข้าวใหม่ 1 ถุง ขนาดบรรจุ 500กรัมเป็นของขวัญปีใหม่สำหรับประชาชนที่เข้ามาใช้บริการ ณ สถานีบริการน้ำมัน ปตท. โดยเริ่มโครงการตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2561 เป็นต้นไป ซึ่งนอกจากจะเป็นการมอบความสุขให้กับประชาชนในช่วงเทศกาลปีใหม่แล้ว ยังเป็นการช่วยสนับสนุนข้าวจากชาวนาไทยอีกด้วย ซึ่งคาดว่าการแจกข้าว1 ล้านกิโลกรัมหรือประมาณ 2 ล้านถุง จะช่วยเกษตรกรชาวนาไทยให้มีรายได้และมีช่องทางกระจายข้าวให้ถึงมือผู้บริโภคโดยตรง

ด้าน นายเทวินทร์ กล่าวเพิ่มเติมว่าปตท. จะมอบข้าวใหม่ให้แก่ประชาชนผู้ใช้บริการในสถานีบริการน้ำมัน ปตท. 1,500 แห่งทั่วประเทศในโครงการ “ปีใหม่ ข้าวใหม่…อิ่มท้อง อิ่มใจ ช่วยชาวนา” โดยข้าวที่นำมาแจกในโครงการนี้เป็นข้าวที่ ปตท. จัดซื้อมาจากเกษตรกร หรือกลุ่มเกษตรกรโดยตรง ซึ่งแต่ละสถานีบริการจะรับซื้อข้าวจากเกษตรกรสถานีละ 650กิโลกรัม ราคากิโลกรัมละประมาณ 35บาทซึ่งนอกจากการมอบข้าวใหม่เป็นของขวัญปีใหม่แล้ว ปตท. ยังเปิดพื้นที่ภายในสถานีบริการน้ำมัน ปตท. โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ให้เกษตรกรชาวนาทั่วประเทศมาจำหน่ายข้าวสารส่งตรงถึงมือผู้บริโภคในช่วงปีใหม่นี้อีกด้วย
“ปตท. ภาคภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนเกษตรกรชาวนาไทย ให้มีช่องทางการจำหน่ายข้าว มีรายได้ และมีองค์ความรู้ด้านการจัดการสินค้า อีกทั้ง ยังมีส่วนในการสืบสานประเพณี วัฒนธรรม “ข้าว” ซึ่งผูกพันกับวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของคนไทยมาช้านาน นอกจากนี้ ปตท. พร้อมเป็นส่วนหนึ่งของการร่วมทำความดี เพื่อส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชน และมุ่งมั่นที่จะร่วมดูแลชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อมของประเทศตลอดไป”นายเทวินทร์ กล่าวในตอนท้าย

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน พบปะสื่อมวลชนประจำสัปดาห์

กระทรวงพลังงาน แถลงความคืบหน้าการเตรียมประมูลแหล่งปิโตรเลียม เอราวัณ-บงกช และแจงสถานการณ์ไฟฟ้าภาคใต้มอบของขวัญปีใหม่ พร้อมร่วม ปตท. แจกข้าวใหม่ 1 ถุง (0.5 กก.) ให้ผู้เติมน้ำมันชนิดใด ราคาเท่าไรก็ได้ เริ่ม 1 ม.ค. 2561 แจกรวม 2 ล้านถุง หรือ 1 ล้านกิโลกรัม ชี้ส่งสุขคนใช้น้ำมัน และได้ช่วยชาวนาโดยตรง
นายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยภายในการพบปะสื่อมวลชนประจำสัปดาห์ของกระทรวงพลังงาน โดยสรุปประเด็นสำคัญ ได้ดังนี้
1.) ความคืบหน้าของการเตรียมประมูลแหล่งปิโตรเลียม เอราวัณ-บงกช หลังจากกระทรวงพลังงาน ได้จัดทำ Workshop เมื่อวันที่ 16 ธค. 2560 ที่ผ่านมา ซึ่งได้ทบทวนหลักการและเงื่อนไขขององค์ประกอบที่สำคัญของการประมูลปิโตรเลียมใน 2 แหล่งดังกล่าว เพื่อพัฒนาทรัพยากรทีเหลืออยู่ให้ประเทศได้ประโยชน์สูงสุด โดยเบื้องตน กระทรวงพลังงานจึงได้กำหนดให้การรักษาการผลิตก๊าซธรรมชาติขั้นต่ำจากแหล่งเอราวัณ และบงกช ในช่วงเวลาทั้งก่อนและหลังสิ้นอายุสัมปทานในปี 2565 -66 ให้เพียงพอต่อความต้องการของโรงแยกก๊าซ เป็นเงื่อนไขในการประมูล ซึ่งได้กำหนดไว้ประมาณ 1,500 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน
​ปัจจุบัน การผลิตก๊าซธรรมชาติจากแหล่งเอราวัณ และบงกช อยู่ในระดับวันละ 2,100 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน ซึ่งแนวโน้มจะเริ่มทยอยลดลง โดยการเปิดประมูลจากทั้ง 2 แหล่งดังกล่าว กระทรวงพลังงาน จึงมีความต้องการคุณสมบัติของผู้มาลงทุนที่ต้องมีความเชี่ยวชาญ และต้องสำรวจและผลิตก๊าซธรรมชาติให้ได้เพียงพอ 1,500 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวันดังกล่าว และคาดว่าจะสามารถรักษาระดับการผลิตดังกล่าวไว้ได้ในระดับ 10 ปี ภายหลังที่จะเปิดให้มีการประมูลและได้ผู้ดำเนินการสำรวจและผลิตในแหล่งเอราวัณ และบงกชดังกล่าว
2.) ด้านสถานการณ์ไฟฟ้าในภาคใต้ของประเทศไทย จากรายงานของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ความต้องการใช้ไฟฟ้าภาคใต้ ปัจจุบัน การใช้ไฟฟ้าสูงสุดหรือ Peak อยู่ที่ระดับ 2,624 เมกะวัตต์ (เมื่อวันที่ 18 มี.ค. 2560) โดยความต้องการใช้ไฟฟ้ามีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละ 3.4 % ต่อปี ทั้งนี้ การผลิตไฟฟ้ามาจาก 3 ส่วนที่สำคัญ คือ โรงไฟฟ้าหลัก (โรงไฟฟ้าขนอม – โรงไฟฟ้าจะนะ) กำลังผลิตรวม 2,024 เมกะวัตต์ ไฟฟ้าส่งจากภาคกลาง จำนวน 460 เมกะวัตต์ และพลังงานทดแทน(พลังน้ำ – ชีวมวล และลม) กำลังผลิตรวม 140 เมกะวัตต์ โดยการใช้ไฟฟ้าสูงสุดในภาคการท่องเที่ยว มีการใช้สูงถึง 36% ซึ่งถือเป็นภาคส่วนสำคัญที่สร้างรายได้หลักให้แก่พื้นที่ และประเทศไทย
​จากข้อสรุปในข้อมูลดังกล่าว กระทรวงพลังงานเห็นว่า ควรจะมีการเพิ่มกำลังผลิตไฟฟ้าที่เชื่อถือได้ (Firm) ในพื้นที่ภาคใต้ โดยต้องเป็นโรงไฟฟ้าหลักที่จะมาช่วยสร้างความมั่นคงให้แก่พื้นที่ภาคใต้ เพื่อสร้างคุณภาพให้แก่ภาคการท่องเที่ยว และคุณภาพชีวิตของประชาชนของชาวภาคใต้ เพราะจาก
ข้อมูลที่ปรากฎ หากเกิดเหตุไม่คาดฝันพร้อมกัน เช่น อุบัติเหตุเรือขนส่งลากไปโดยแนวท่อส่งก๊าซธรรมชาติ และเกิดเหตุฟ้าผ่าที่จุดเชื่อมต่อสายส่ง ภาคใต้ก็จะเกิดเหตุการณ์ไฟฟ้าดับ เป็นวงกว้าง ซึ่งคาดว่าจะสร้างความเสียหายต่อภาคการท่องเที่ยว และการใช้ชีวิตของประชาชน โดยกระทรวงพลังงาน จะศึกษาถึงผลดีผลเสียอย่างรอบด้าน ในการสร้างความมั่นคงภาคใต้ และคาดว่าจะได้รับความชัดเจนทั้งหมด ภายหลังการจัดทำแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า หรือ PDP ฉบับใหม่ ที่เบื้องต้นจะให้แล้วเสร็จในวันที่ 31 มีนาคม 2561 นี้
3.)กระทรวงพลังงาน ได้ร่วมกับ บริษัท ปตท. จำกัด(มหาชน) เตรียมมอบขวัญให้แก่ประชาชน เพื่อเป็น
การส่งความสุขในวันปีใหม่ 2561 นี้ ผ่านโครงการ “ปีใหม่ ข้าวใหม่… อิ่มท้อง อิ่มใจ ช่วยชาวนา” ซึ่งจะ
ดำเนินการแจกข้าวใหม่ 1 ถุง (0.5 กก.) ให้กับผู้ที่เข้ามาเติมน้ำมันชนิดใดก็ได้ จำนวนเท่าใดก็ได้ ณ สถานี
บริการน้ำมัน ปตท. ในวันที่ 1 มกราคม 2561 หรือจนกว่าของจะหมด (รวม 2 ล้านถุง หรือ 1ล้าน
กิโลกรัม) ซึ่งนอกจากจะเป็นของขวัญแห่งความสุขของประชาชนแล้ว ส่วนหนึ่งยังได้ช่วยเกษตรกรชาวนา
ได้ขายข้าวได้โดยตรงอีกด้วย
​หลักการในการจัดหาข้าวเพื่อนำมาแจกตามโครงการ ฯ ดังกล่าว คือต้องเป็นข้าวจากเกษตรกร หรือกลุ่มเกษตรกรโดยตรง ไม่เป็นการจัดหาจากคนกลางใดๆ โดยจะเปิดจุดรับซื้อข้าวจากเกษตรกร ณ สถานีบริการน้ำมัน ปตท. 1,500 แห่งทั่วประเทศ ให้แต่ละสถานีฯ รับซื้อข้าวจากเกษตรกรสถานีละ 650 กิโลกรัม ราคากิโลกรัมละประมาณ 35 บาท โดยแบ่งรับซื้อจากเกษตรกรรายละ 65 กิโลกรัม เป็นจำนวน 10 ราย การรับซื้อต้องมีการเก็บหลักฐานการรับเงินของเกษตรกรอย่างชัดเจน พิสูจน์ได้ว่าซื้อข้าวจากเกษตรกรจริงๆ เช่น เอกสารใบรับเงินพร้อมสำเนาบัตรประชาชน ภาพถ่ายการรับซื้อ เป็นต้น โดยรายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อได้ที่ PTT Contact Center โทร. 1365

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เข้าร่วมพิธีทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศล พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เนื่องในวันคล้ายวันเฉลิมพระชนมพรรษา

วันที่ 5 ธ.ค. 60 ดร.ศิริ จิระพงษ์พันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน พร้อมด้วยนายธรรมยศ ศรีช่วย ปลัดกระทรวงพลังงาน และผู้บริหารระดับสูงของกระทรวง เข้าร่วมพิธีทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศล พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เนื่องในวันคล้ายวันเฉลิมพระชนมพรรษา วันชาติ และวันพ่อแห่งชาติ โดยในพิธีได้จัดทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ และสามเณร จำนวน 901 รูป ณ พระลานพระราชวังดุสิต

รมว. พลังงาน เข้าสักการะพระพรหม สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ประจำกระทรวงพลังงาน เพื่อเป็นสิริมงคลในโอกาสเข้ารับตำแหน่งวันแรก

รมว. พลังงาน เข้าสักการะพระพรหม สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ประจำกระทรวงพลังงาน เพื่อเป็นสิริมงคลในโอกาสเข้ารับตำแหน่งวันแรก พร้อม มอบนโยบายการขับเคลื่อนภารกิจสำคัญของกระทรวงพลังงานแก่ข้าราชการและเจ้าหน้าที่กระทรวงพลังงาน

วันนี้ (1 ธ.ค. 60) ดร.ศิริ จิระพงษ์พันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้เข้าสักการะพระพรหม ซึ่งเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวงพลังงาน ณ ศาลพระพรหม ภายในศูนย์เอนเนอร์ยี่คอมเพล็กซ์ โดยมี นายธรรมยศ ศรีช่วย ปลัดกระทรวงพลังงาน พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูง ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ในสังกัดกระทรวงพลังงานให้การต้อนรับ

โดยภายหลังจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้สักการะพระพรหมเพื่อเป็นสิริมงคลแล้ว ได้เดินทางไปเข้าร่วมประชุมและมอบนโยบายการขับเคลื่อนภารกิจที่สำคัญของกระทรวงพลังงานให้แก่ข้าราชการและเจ้าหน้าที่กระทรวงพลังงาน อาทิ การขับเคลื่อนบูรณาการพลังงานระยะยาว นโยบาย Energy 4.0 และการบริหารจัดการการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมรอบใหม่ และการบริหารจัดการแหล่งปิโตรเลียมที่ใกล้จะหมดอายุ เป็นต้น

ทั้งนี้ ดร.ศิริ จิระพงษ์พันธ์ ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2560 ถือเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน คนที่ 12 เกิดเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2497 จบการศึกษา Bachelor of Science (วิศวกรรมเคมี) เกียรตินิยม สถาบันเทคโนโลยีแห่งแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกาและ Doctor of Science (วิศวกรรมเคมี) สถาบันเทคโนโลยีแห่งแมสซาซูเซ็ทส์ ประเทศสหรัฐอเมริกา หลังจบการศึกษาเคยรับราชการเป็นอาจารย์ประจำภาควิชาวิศวเคมี คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในปี พ.ศ. 2523
สำหรับตำแหน่งการทำงานที่ผ่านมาก่อนได้รับการแต่งตั้งให้เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน

ดร.ศิริ จิระพงษ์พันธ์ เคยดำรงตำแหน่ง อาทิ ผู้อำนวยการสถาบันปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย และผู้อำนวยการมูลนิธิเพื่อสถาบันปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย และสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) เป็นต้น