กระทรวงพลังงาน ร่วมทำบุญตักบาตรบำเพ็ญกุศล เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร

วันนี้ (13 ต.ค. 61 ) ดร.ศิริ จิระพงษ์พันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน พร้อมด้วยนายกุลิศ สมบัติศิริ ปลัดกระทรวงพลังงาน และผู้บริหารระดับสูงของกระทรวง เข้าร่วมพิธีทำบุญตักบาตรบำเพ็ญกุศล เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ณ บริเวณพระลานพระราชวังดุสิต

 

กระทรวงพลังงาน บำเพ็ญกุศลเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตรเนื่องในวาระแห่งการสวรรคต 2 ปี

วันนี้ (11 ตุลาคม 2561) ดร.ศิริ จิระพงษ์พันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน นำคณะผู้บริหารระดับสูง ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ในสังกัดกระทรวงพลังงาน ร่วมทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ 89 รูป เนื่องในวันพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลครบรอบ 2 ปี วันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล และน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ทรงอุทิศพระวรกายประกอบพระราชกรณียกิจซึ่งนำมายังประโยชน์สุขและความเจริญรุ่งเรืองแก่ประชาชนชาวไทยและประเทศชาติตลอดช่วงเวลาที่พระองค์ทรงครองราชย์ ณ บริเวณลานพระพรหม ศูนย์เอนเนอร์ยี่คอมเพล็กซ์

กระทรวงพลังงาน ร่วมมอบเงินสมทบทุนซื้อครุภัณฑ์ทางการแพทย์ อาคารนวมินทรบพิตร 84 พรรษา โรงพยาบาลศิริราช เนื่องในโอกาสครบรอบ 16 ปี วันสถาปนากระทรวง

 

วันที่ 3 ตค. ดร.ศิริ จิระพงษ์พันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นประธานในงานวันคล้ายวันสถาปนากระทรวงพลังงาน ประจำปี 2561 ซึ่งในปีนี้ถือเป็นปีที่ 16 ในการสถาปนากระทรวงพลังงาน โดยมีผู้บริหารระดับสูง ข้าราชการ พนักงาน เจ้าหน้าที่ และผู้ที่เกี่ยวข้องในแวดวงพลังงาน เข้าร่วมกิจกรรมในงานวันสถาปนากระทรวงพลังงานในวันนี้

ทั้งนี้ กิจกรรมที่สำคัญ ได้แก่ พิธีสักการะพระพรหม สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำศูนย์เอนเนอร์ยี่คอมเพล็กซ์ ซึ่งเป็นที่ตั้งของกระทรวงพลังงาน โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้นำจุดธูปเทียน ถวายพวงมาลัย และเครื่องสักการะพระพรหม พร้อมสักการะพระพรหมทั้ง 4 ทิศ  และลำดับถัดมาในพิธีสงฆ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้นำคณะผู้บริหาร และผู้ร่วมงานทั้งหมด ร่วมพิธีการอารธาศีล อาราธนาพระปริตร ถวายเครื่องไทยธรรมแด่พระสงฆ์ และร่วมพิธีกรวดน้ำรับพรและพระสงฆ์ประพรมน้ำพระพุทธมนต์เพื่อเป็นสิริมงคลแก่ผู้ร่วมงานทุกคน

นอกจากนี้  ในวันสถาปนากระทรวงพลังงาน ครบรอบ 16 ปีครั้งนี้ กระทรวงพลังงานได้ประกาศงดรับกระเช้าและของขวัญต่างๆ  ในการแสดงความยินดี โดยกระทรวงพลังงานได้ขอให้ผู้เข้าร่วมงาน ที่จะแสดงความยินดี ให้ร่วมกันสมทบทุนเพื่อซื้อครุภัณฑ์ทางการแพทย์ อาคารนวมินทรบพิตร 84 พรรษา ของโรงพยาบาลศิริราช เป็นการทดแทน โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้เป็นผู้รับมอบเงินสมทบทุนจากหน่วยงานต่างๆ  จำนวน 1,180,000 บาท และส่งต่อให้แก่โรงพยาบาลศิริราช ซึ่งนอกจากจะเป็นการแสดงความยินดีต่อวันสถาปนากระทรวงพลังงานแล้ว ยังเป็นการร่วมกันสร้างกุศลครั้งสำคัญร่วมกับโรงพยาบาลศิริราช อีกด้วย

 

รมว. พลังงาน ลงพื้นที่ตรวจราชการ จ.เพชรบูรณ์ ตรวจเยี่ยมระบบสูบน้ำแสงอาทิตย์สู้ภัยแล้ง ช่วยเสริมฐานความมั่นคงรายได้เกษตรกรตามแนวทางไทยนิยมยั่งยืน ติดตามโครงการผลิตและขนส่งน้ำมันดิบแหล่งวิเชียรบุรี ยืนยันความโปร่งใสและตรวจสอบได้ พร้อมเยี่ยมชมโครงการพลังงานลมเขาค้อ เพื่อสนับสนุนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนสะอาด

ดร.ศิริ จิระพงษ์พันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงพลังงาน เดินทางลงพื้นที่ตรวจราชการในจังหวัดเพชรบูรณ์ วันที่ 17 กันยายน 2561 ซึ่งเป็นภารกิจส่วนหนึ่งของการประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่ โดยติดตามโครงการด้านพลังงานที่สำคัญในพื้นที่ ได้แก่ โครงการสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์สู้ภัยแล้ง (ระบบเกษตร) พื้นที่ต.บ้านกล้วย โครงการผลิตน้ำมันดิบบนบก แหล่งวิเชียรบุรี และโครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานลม เขาค้อ

ทั้งนี้ การตรวจเยี่ยมโครงการสูบน้ำแสงอาทิตย์สู้ภัยแล้ง (ระบบเกษตร) ที่ ต.บ้านกล้วย อ.ชนแดน จ.เพชรบูรณ์  ซึ่งเกษตรกรในพื้นที่ได้รับการสนับสนุนระบบการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ในการสูบน้ำบาดาลเพื่อการเกษตร หลังจากประสบปัญหาภัยแล้ง และไม่สามารถได้รับผลผลิตการเกษตรได้อย่างเต็มที่ โดยเบื้องต้นจากการนำระบบสูบน้ำฯ ที่ได้รับจากการจัดสรรงบประมาณกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานเมื่อปี 2559 พบว่ามีพื้นที่ได้รับประโยชน์จากชาวบ้านกลุ่มที่ 1 ประมาณ 163 ไร่ และชาวบ้านกลุ่มที่ 2 ประมาณ 174 ไร่ โดยเกษตรกรในพื้นที่ก่อนที่จะมีระบบสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ เพาะปลูกข้าวและข้าวโพด รายได้เฉลี่ยจากเดิม 6,000 บาทต่อไร่ต่อปี เมื่อได้รับระบบสูบน้ำเข้ามาช่วยทำให้สามารถเพาะปลูกพืชผักพื้นดิน และผักสวนครัวเพิ่มเติม เช่น ปลูกถั่วเขียว มีรายได้เฉลี่ยเพิ่มขึ้นเป็นประมาน 10,000 บาท ต่อไร่ต่อปี ระบบสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ทำให้มีน้ำแน่นอน ปลูกพืชต่างชนิดในฤดูแล้งได้

โดยจากความสำเร็จของโครงการฯ ที่ผ่านมา จึงมีการขยายให้กลุ่มเกษตรกรในพื้นที่ ที่สนใจขอรับการติดตั้งระบบสูบน้ำแสงอาทิตย์ โดยขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุน ฯ อนุรักษ์พลังงานเพิ่มเติมอีก ซึ่งขณะนี้มีเกษตรอีก 2 กลุ่มที่พร้อมจะเข้าร่วมโครงการฯ แต่อยู่ระหว่างขั้นตอนข้อเสนอโครงการเพื่อพิจารณา ที่เอกสารยังไม่สมบูรณ์ โดยการลงพื้นที่  ในครั้งนี้ ผู้บริหารกระทรวงพลังงาน เจ้าหน้าที่สำนักงานบริหารกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานจะร่วมกันรับฟังปัญหาของชาวบ้าน และให้คำปรึกษา ตลอดจนจะเร่งช่วยอำนวยความสะดวกให้กับชาวบ้านที่มีความต้องการระบบสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์

ส่วนการเยี่ยมชมแหล่งน้ำมันดิบวิเชียรบุรีนั้น เป็นการเยี่ยมชมในแปลงสำรวจหมายเลข L44/43 เกี่ยวกับกระบวนการผลิตน้ำมันดิบและการจัดการน้ำจากกระบวนการผลิต โดยแปลงสำรวจดังกล่าวเป็นหนึ่งในแปลงสำรวจของแหล่งน้ำมันดิบวิเชียรบุรี ซึ่งมีพื้นที่ 134 ตารางกิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่ 2 อำเภอได้แก่ อำเภอวิเชียรบุรี  และอำเภอศรีเทพ ในจังหวัดเพชรบูรณ์ ประกอบด้วยพื้นที่ผลิตจำนวน 3 แปลง ได้แก่ แปลงสำรวจหมายเลข SW1 มีบริษัท อีโค่ โอเรียนท์ เอ็นเนอร์ยี่ (ไทยแลนด์) ลิมิเต็ดเป็นผู้รับสัมปทาน และแปลงสำรวจหมายเลข L44/43 และหมายเลข L33/43 มีบริษัท อีโค่ โอเรียนท์ รีซอสเซส (ประเทศไทย) จำกัด เป็นผู้ได้รับสัมปทาน

 

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ให้เกียรติสัมภาษณ์เรื่อง “ดีเซล บี20 รหัสความสุขเกษตรกรปาล์มน้ำมัน สนับสนุนภาคขนส่งไทย”

ดร.ศิริ จิระพงษ์พันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ให้เกียรติสัมภาษณ์เรื่อง “ดีเซล บี20 รหัสความสุขเกษตรกรปาล์มน้ำมัน สนับสนุนภาคขนส่งไทย” ออกอากาศในรายการเดินหน้าประเทศไทยเมื่อวันที่ 3 กันยายน 2561

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ลงพื้นที่ตรวจราชการ จ.นครศรีธรรมราช และชุมพร ติดตามการดำเนินงานโรงแยกก๊าซธรรมชาติขนอม-โรงไฟฟ้าขนอม เพื่อสร้างความมั่นคงด้านพลังงานอย่างยั่งยืนในพื้นที่ภาคใต้

กระทรวงพลังงาน โดย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ดร. ศิริ จิระพงษ์พันธ์ พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงพลังงาน ได้ให้การต้อนรับ พลอากาศเอกประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี ในการตรวจเยี่ยมโรงแยกก๊าซธรรมชาติขนอม และโรงไฟฟ้าขนอม จ.นครศรีธรรมราช ในวันที่ 20 สิงหาคม 2561 ซึ่งเป็นภารกิจส่วนหนึ่งของการประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่ โดยติดตามโครงการด้านพลังงาน เพื่อรับทราบผลการดำเนินงาน ความก้าวหน้าต่างๆ ของโครงการ และความเป็นอยู่ของชุมชนโดยรอบ

ทั้งนี้ โรงแยกก๊าซธรรมชาติขนอม เป็นโรงแยกก๊าซหน่วยที่ 4 ของบริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) สร้างขึ้นเพื่อรองรับความต้องการใช้ก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) ในเขตภาคใต้ และก๊าซโซลีนธรรมชาติ (NGL) ในประเทศที่มีปริมาณสูงขึ้น โดย ปตท. ได้ดำเนินการวางท่อส่งก๊าซฯ จากแหล่งก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทย มาขึ้นฝั่งที่บริเวณโรงแยกก๊าซธรรมชาติขนอมโดยตรง เพื่อขนส่งก๊าซธรรมชาติที่จะเป็นเชื้อเพลิงหลักในการผลิตกระแสไฟฟ้าที่โรงไฟฟ้าขนอม

โดยปัจจุบันโรงแยกก๊าซธรรมชาติขนอม แยกก๊าซธรรมชาติอยู่ที่ 160 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน ได้ผลิตภัณฑ์ก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) สำหรับใช้เป็นเชื้อเพลิงหรือก๊าซหุงต้มประมาณ 203,000 ตันต่อปี ใช้ในภาคครัวเรือนและโรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งจะขนส่งทางเรือไปยังคลังปิโตรเลียมสุราษฎร์ธานีและคลังปิโตรเลียมสงขลา เพื่อจำหน่ายให้กับประชาชนในภาคใต้ อีกทั้งยังได้ก๊าซโซลีนธรรมชาติ (NGL) ประมาณ 45,000 ตัน ที่ใช้เป็นวัตถุดิบในอุตสาหกรรมตัวทำละลาย ใช้เป็นส่วนหนึ่งของ วัตถุดิบป้อนเข้าโรงกลั่นน้ำมัน รวมทั้งโรงแยกก๊าซธรรมชาติขนอม ยังสามารถอยู่ร่วมกับพื้นที่ และมีส่วนในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชนโดยรอบอย่างต่อเนื่อง

ส่วนโรงไฟฟ้าขนอม ที่ดำเนินการโดยบริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (EGCO)  มีกำลังการผลิตตามสัญญาซื้อขายไฟฟ้ารวม 930 เมกะวัตต์ ใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงประมาณ 150 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน โดยโรงไฟฟ้าขนอมแห่งนี้ ถือเป็นโรงไฟฟ้าหลักที่เสริมสร้างความมั่นคงของระบบไฟฟ้าในภาคใต้สามารถรองรับความต้องการ ใช้ไฟฟ้าอย่างเพียงพอมีเสถียรภาพ รวมทั้งยังช่วยลดการสูญเสียพลังงานไฟฟ้าที่ส่งผ่านสายส่งจากภาคกลาง

นอกจากนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ยังได้ร่วมศึกษาและเยี่ยมชมพื้นที่ที่อาจมีความเป็นไปได้ในการก่อสร้าง สถานีเก็บรักษาและแปรสภาพก๊าซธรรมชาติจากของเหลวเป็นก๊าซแบบลอยน้ำ (Floating Storage and Regasification Unit : FSRU) เพื่อสร้างความมั่นคงในการจัดหาก๊าซธรรมชาติระยะยาว จากปริมาณก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทยที่เริ่มลดลง โดยจะนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) จากต่างประเทศ ขนส่งมายังท่าเทียบเรือแล้วขนถ่ายเข้าสู่ FSRU ดังกล่าว เพื่อแปลงสภาพเป็นก๊าซก่อนเข้าสู่ระบบท่อส่งก๊าซธรรมชาติ และขนส่งไปยังโรงไฟฟ้าและลูกค้าก๊าซธรรมชาติต่อไป

กระทรวงพลังงาน เปิดงาน “พระมิ่งมารดา ศรีแห่งแผ่นดิน” เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9

วันที่ 8 สิงหาคม 2561 ณ ล็อบบี้ อาคารซี ศูนย์เอนเนอร์ยี่คอมเพล็กซ์  กระทรวงพลังงานจัดพิธีเปิดงาน “พระมิ่งมารดา ศรีแห่งแผ่นดิน” เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จ พระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 86 พรรษา ภายใต้โครงการตามรอยศาสตร์พระราชาด้านการพัฒนาพลังงาน พร้อมน้อมนำพระราชดำรัสและ พระราชกรณียกิจมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน

โดยภายในงานได้รับเกียรติจาก ดร.ศิริ จิระพงษ์พันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน  เป็นประธานในพิธีเปิดงาน

ทั้งนี้ ภายในงานประกอบด้วยกิจกรรมหลักๆ 3 โซน ได้แก่

โซนที่ 1 การจัดแสดงนิทรรศการ “พระมิ่งมารดา ศรีแห่งแผ่นดิน” ถ่ายทอดเรื่องราวพระราชกรณียกิจที่สื่อให้เห็นถึงพระปรีชาสามารถและพระอัจฉริยภาพของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ในบทบาท “แม่ของแผ่นดิน” ได้ทรงมอบความรักความห่วงใยต่อพสกนิกรชาวไทย ให้มีความอยู่ดีกินดี สนับสนุน ภูมิปัญญาท้องถิ่น การสร้างอาชีพ สร้างรายได้อย่างพอเพียง เพื่อเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจแก่เหล่าประชาชน

โซนที่ 2 การจัดแสดงนิทรรศการผ่านภาพเสมือนจริง เพื่อนำเสนอเรื่องราวของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 จานวน 3 ตอน ได้แก่ คู่พระบารมีศรีแผ่นดิน , พระราชินีแห่งสยาม และสายใยรักจาก “แม่สู่ลูก” เพื่อตระหนักถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่านที่มีต่อปวงชนชาวไทย

โซนที่ 3 กิจกรรมเวิร์คช็อป D.I.Y บอกรักแม่ด้วยการทำของขวัญให้กับแม่ ได้แก่ การจัดทำโปสการ์ด ประดิษฐ์ดอกมะลิ และการทำผ้ามัดย้อม

นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมเวที ที่มีเหล่าศิลปินชื่อดังมาร่วมถ่ายทอดบทเพลงบอกรักแม่ อาทิ กัน-นภัทร อินทร์ใจเอื้อ , ขนมจีน กุลมาศ , เบน ชลาทิศ และยังมีการแสดงจากเหล่าเยาวชนที่มีความสามารถมากมายมาร่วมสร้างสีสันภายในงาน

ทั้งนี้ งาน “พระมิ่งมารดา ศรีแห่งแผ่นดิน” กำหนดจัดขึ้นตั้งแต่วันนี้ – 10 สิงหาคม 2561  ณ ล็อบบี้ อาคารซี ศูนย์เอนเนอร์ยี่คอมเพล็กซ์ กระทรวงพลังงาน

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่  โทร. 02 140 7000 ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เพจเฟซบุ๊คแฟนเพจ “ศูนย์บริการร่วม กระทรวงพลังงาน”

รมว.พลังงาน เยี่ยมโรงกำจัดขยะผลิตไฟฟ้า หนองแขม

ดร. ศิริ จิระพงษ์พันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน พร้อมด้วยนายประพนธ์ วงษ์ท่าเรือ อธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) เยี่ยมชมโครงการโรงไฟฟ้ากำจัดขยะผลิตไฟฟ้าเพื่อสิ่งแวดล้อม หนองแขม โดยมี นายเหอ หนิง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีแอนด์จี เอ็นไวรอนเมนทอล โปรเท็คชั่น (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ดูแลโครงการให้การต้อนรับ

ปัจจุบัน บริษัทฯ รับขยะจาก กทม.ใน 5 เขต ได้แก่ ทวีวัฒนา หนองแขม จอมทอง ภาษีเจริญ และบางกอกใหญ่ ในปริมาณ 500 ตันต่อวัน มากำจัดด้วยเทคโนโลยีเตาเผาแบบตะกรับจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ใช้อุณหภูมิในการเผาไหม้ 1,000 องศาเซลเซียส สามารถนำขยะที่กำจัดมาผลิตเป็นไฟฟ้าได้วันละ 200,000 ยูนิต ส่งขายให้การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) วันละ 7 เมกะวัตต์ ส่วนที่เหลือจะนำไปใช้ในโรงกำจัดขยะต่อไป

โดยบริษัทได้รับการรับรองมาตรฐานระบบบริหารงานคุณภาพ ISO 9001 ระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม ISO 14001 และ ระบบการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย OHSAS 18001 เป็นไปตามมาตรฐานทั้งในประเทศและระดับสากล

ดร. ศิริ จิระพงษ์พันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ร่วมเปิดงาน ส่งเสริมการใช้น้ำมันบางจากดีเซลเกรดพิเศษ B20

ดร. ศิริ จิระพงษ์พันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นประธานในพิธีเปิด “โครงการส่งเสริมการใช้น้ำมันบางจากดีเซลเกรดพิเศษ B20” โดยมี นายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจาก คอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน), นายประชัย เลี่ยวไพรัตน์  ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทีพีไอ โพลีน จำกัด (มหาชน) พร้อมคณะผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงพลังงาน บางจากฯ ทีพีไอฯ และผู้ประกอบการขนส่ง เข้าร่วมพิธีฯ ณ บมจ.ทีพีไอ โพลีน เพาเวอร์ จังหวัดสระบุรี เพื่อสนับสนุนนโยบายรัฐ ช่วยเหลือเกษตรกรสวนปาล์ม ในภาวะน้ำมันปาล์มดิบล้นตลาด ราคาตกต่ำ ลดต้นทุนค่าขนส่ง ค่าโดยสารในยามน้ำมันแพงช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม โดยมีผู้ประกอบการกลุ่มขนส่งสินค้า รถและเรือโดยสาร เข้าร่วมโครงการจำนวนมาก

 

 

 

 

 

 

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานและผู้บริหารระดับสูงร่วมลงนามถวายพระพรเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

วันนี้ (28 ก.ค. 61) คณะผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่กระทรวงพลังงาน นำโดยดร.ศิริ จิระพงษ์พันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานและนายธรรมยศ ศรีช่วย ปลัดกระทรวงพลังงาน เข้าร่วมพิธีทำบุญตักบาตร พิธีถวายสัตย์ปฏิญาณเพื่อเป็นข้าราชการที่ดีและพลังของแผ่นดิน และร่วมลงนามถวายพระพร เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 66 พรรษา 28 กรกฎาคม 2561 ณ ท้องสนามหลวง และพระบรมมหาราชวัง