banner

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้รับเกียรติให้กล่าวเปิดการประชุมคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจและสังคมสำหรับเอเชียและแปซิฟิกแห่งสหประชาชาติ

logo


 

เมื่อวันอังคารที่ 17 พฤษภาคม2559 พลเอก อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้รับเกียรติให้กล่าวเปิดการประชุมคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจและสังคมสำหรับเอเชียและแปซิฟิกแห่งสหประชาชาติ สมัยที่ 72 ณ ศูนย์ประชุมสหประชาชาติ กรุงเทพฯ

ร่วมกับนางชามฉัด อัคตาร์ (Mrs. Shamshad Akhtar) รองเลขาธิการสหประชาชาติและเลขาธิการบริหารเอสแคปนายกรัฐมนตรีแห่งสาธารณรัฐฟิจิ และนายกรัฐมนตรีทาจิกิสถานโดยมีหัวข้อการอภิปรายหลักในปีนี้เป็นหัวข้อที่เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน(Science, technology and innovation for sustainable development) ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะช่วยส่งเสริมให้มีการดำเนินตามวาระการพัฒนาที่ยั่งยืน ค.ศ. 2030 ของสหประชาชาติ ต่อไป
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า การส่งเสริมวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี และนวัตกรรม (Science, technology and innovation: STI) จะเป็นการเสริมสร้างความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจและการพัฒนาอย่างยั่งยืนร่วมกัน โดยสำหรับความร่วมมือส่วนภาครัฐและภาคเอกชนนั้น รัฐบาลของไทยได้มุ่งหมายที่จะสร้างระบบนิเวศ STI ที่เข้มแข็งผ่านความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนซึ่งเรียกว่า “ประชารัฐ” เนื่องด้วยการมุ่งเน้นที่ขยายไปยัง “ประชาชน” ความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนนี้ จะช่วยยกระดับธรรมาภิบาลและการจัดการ STI รวมทั้ง กระตุ้นให้เกิดการพัฒนาทางนวัตกรรมและการยกระดับระบบการศึกษาของไทย รัฐบาลไทยยังสร้างแรงจูงใจให้กับภาคอุตสาหกรรมในการลงทุนด้านการวิจัยและการพัฒนา (R&D) และสร้างนวัตกรรมพร้อมกันกับสนับสนุนธุรกิจขนาดย่อม (SMEs) และธุรกิจกำเนิดใหม่ ที่ผ่านมา ประเทศไทยได้ริเริ่มหลายโครงการในการประยุกต์ใช้ STI ได้แก่ การปรับตัวต่อผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติรวมไปถึงการใช้ระบบเทคนิคต่างๆ ได้แก่ ระบบโทรมาตรเพื่อรับข้อมูลเกี่ยวกับน้ำและอุณหภูมิ การจัดการน้ำที่มากเกินไปที่ก่อให้เกิดภัยน้ำท่วมและน้ำที่น้อยเกินไปที่ก่อให้เกิดภัยน้ำแล้งเกษตรผสมผสาน วนเกษตรและวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (S&T) สำหรับวางแผนช่วงการเพาะปลูกและการปฏิรูปที่ดินโครงการเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารีก็ได้ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ (ICT) เพื่อช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสเช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กนักเรียนในชนบทผู้ป่วยเด็กในโรงพยาบาล ผู้ต้องขังในเรือนจำและผู้พิการการส่งเสริมบทบาททางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศให้กลายเป็นการพัฒนารูปแบบทางด้านวิศวกรรมและเทคโนโลยีแห่งการฟื้นฟู (rehabilitation engineering and technology) เหล่าผู้พิการจะสามารถดำเนินชีวิตประจำวันอย่างอิสระและเพิ่มโอกาสในโอกาสการจ้างงาน ทั้งนี้ ช่วงระหว่างการเดินทางไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน การสร้างความเข้มแข็งของไทยจะมาจากการแก้ปัญหาร่วมกันโดยการประยุกต์ใช้ความรู้และองค์ความรู้ที่แลกเปลี่ยนระหว่างกัน STI จะต้องถูกใช้ร่วมกันเพื่อผลประโยชน์ของมนุษยชาติ สิ่งแวดล้อมและโลก ต่อไป
ดังนั้น การประชุมในครั้งนี้จึงเป็นโอกาสอันดีที่ทุกประเทศจะได้ตระหนักถึงการร่วมมือกันในการพัฒนาทางด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมเพื่อตอบสนองต่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนผ่านการแลกเปลี่ยนข้อมูล ข้อคิดเห็น และข้อเสนอแนะต่างๆ เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่กำลังเผชิญอยู่ในปัจจุบันให้สามารถผ่านพ้นไปได้อย่างดียิ่งขึ้น ต่อไป

ds6 DSC_0124 ds5 ds4 ds3 ds2 ds1