กระทรวงพลังงาน เดินหน้าส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า

กระทรวงพลังงาน ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดแสดงโชว์ยานยนต์ไฟฟ้า หน้าตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล ทั้งรถยนต์ รถตุ๊กตุ๊ก รถจักรยานยนต์  พร้อมหนุนสถานีอัดประจุไฟฟ้า 100 สถานี

(10 สิงหาคม 2559 : ทำเนียบรัฐบาล) พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) เยี่ยมชมบูธการแสดงยานยนต์ไฟฟ้าประเภทต่างๆ ซึ่งกระทรวงพลังงาน ได้นำรถยนต์ BMW i3 (Fully EV) พร้อมแท่นประจุไฟฟ้ามาจัดแสดง นอกจากนี้ยังมีรถยนต์จากหน่วยงานต่างๆ มาจัดแสดงด้วย อาทิ รถยนต์ไฟฟ้า Honda Jazz (ดัดแปลง) จาก การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) รถยนต์ไฟฟ้า BYD จากการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) รถยนต์ Toyota Prius จาก บมจ.ปตท. พร้อมกันนี้ยังมีรถยนต์ไฟฟ้า จากสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย เช่น รถยนต์ BMW i8 รถยนต์ Tesla Model s รถตุ๊กตุ๊กไฟฟ้า Limo จักรยานยนต์ไฟฟ้า รุ่น EV Neo, รุ่น EV Vino, รุ่น Big E-Bike

พลเอก อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยภายหลังการเยี่ยมชมยานยนต์ไฟฟ้าว่า กระทรวงพลังงานได้วางกรอบแผนบูรณาการพลังงานแห่งชาติ โดยมีเป้าหมายที่จะลดความเข้มการใช้พลังงาน (Energy Intensity) ลง 30% ในปี 2579 เมื่อเทียบกับปี 2553 ซึ่งมาตรการหลักของแผน คือ การใช้ลดใช้พลังงานในภาคขนส่ง เนื่องจากเป็นภาคที่ใช้พลังงานมากที่สุด ซึ่งการนำรถยนต์ไฟฟ้ามาจัดแสดงในวันนี้ ก็เพื่อแสดงให้เห็นว่า ภาครัฐได้ให้ความสำคัญในการขับเคลื่อนการใช้รถยนต์ไฟฟ้า และในการประชุม กพช. วันนี้ กระทรวงพลังงาน โดยสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) และกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน เสนอโครงการสนับสนุนการลงทุนสถานีอัดประจุไฟฟ้า (Charging Station) เพื่อพิจารณาด้วย ทั้งนี้การสนับสนุนการลงทุนจัดตั้งสถานีอัดประจุไฟฟ้า จำนวน 100 สถานี โดยสถานีอัดประจุไฟฟ้าแบบ Quick Charge จะให้การสนับสนุน 1 ล้านบาท/สถานี และสถานีอัดประจุไฟฟ้าแบบ Normal Charge จะให้การสนับสนุน 1 แสนบาท/สถานี

พร้อมกันนี้ กระทรวงพลังงานยังได้มีการจัดตั้งคณะทำงานและจัดทำแผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านไฟฟ้าเพื่อรองรับรถยนต์ไฟฟ้าของประเทศไทย โดยมีหน่วยงานภาครัฐและตัวแทนภาคเอกชนเป็นคณะทำงาน ซึ่งได้กำหนดแนวทางการจดทะเบียนผู้ให้บริการสถานีอัดประจุไฟฟ้า และการกำหนดอัตราค่าไฟฟ้าสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าชั่วคราวเป็นเวลา 2 ปี โดยเน้นให้ราคาการอัดประจุไฟฟ้ากลางวันสูงกว่าการอัดประจุไฟฟ้าในช่วงเวลากลางคืน นอกจากนี้จะมีโครงการสนับสนุนการลงทุนสถานีอัดประจุไฟฟ้าสำหรับภาครัฐและเอกชนซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาหลักเกณฑ์การสนับสนุนและจะประกาศให้ทราบประมาณภายในเดือนสิงหาคมต่อไป

“กระทรวงพลังงานได้เตรียมความพร้อม ระบบไฟฟ้าพื้นฐานของประเทศ ให้สามารถรองรับจำนวนรถยนต์ไฟฟ้าที่จะเพิ่มมากขึ้นในอนาคต ซึ่งหากมีการชาร์จไฟรถยนต์แบบควิกชาร์จพร้อมๆ กัน ระบบไฟฟ้าพื้นฐานต้องสามารถรองรับได้ ซึ่งในเรื่องนี้กระทรวงพลังงานประมาณการเบื้องต้นจากจำนวนรถยนต์ไฟฟ้าที่คาดว่าจะมีถึง 1.2 ล้านคันในปี 2579 ณ ตอนนั้นประเทศไทยจะมีปริมาณกำลังผลิตไฟฟ้าตามแผนประมาณ 70,000 เมกะวัตต์ บวกกับกำลังผลิตไฟฟ้าสำรองที่ 15-20% ซึ่งเพียงพอต่อความต้องการอย่างแน่นอน” พลเอก อนันตพร กล่าวเพิ่มเติม

พลเอก อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ลงนามถวายพระพร สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ

วันที่ 10 สิงหาคม 2559 พลเอก อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน นำคณะผู้บริหาร ข้าราชการ พนักงาน และเจ้าหน้าที่ของกระทรวงพลังงาน ลงนามถวายพระพร สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 84 พรรษา 12 สิงหาคม 2559 ณ ศูนย์เอนเนอร์ยี่คอมเพล็กซ์ อาคารบี กระทรวงพลังงาน



 

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน รวมโครงการไถ่ชีวิตโค-กระบือ

วันที่ 9 สิงหาคม 2559 พลเอก อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน และผู้บริหารระดับสูงของกระทรวง ได้รวมโครงการไถ่ชีวิตโค-กระบือ เพื่อถวายพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสการจัดงานฉลองสิริราชสมบัติครบ 70 ปี และเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 12 สิงหาคม 2559 ทั้งนี้มีโค-กระบือ ที่ได้รับการไถ่ชีวิตจำนวน 79ตัว โดยโค-กระบือ เหล่านี้จะมีบัตรประจำตัวและจะส่งมอบให้กับอธิบดีกรมปศุสัตว์นำเข้าธนาคารโค-กระบือต่อไป

 

Mr. Rapil Zhoshybayev เข้าพบหารือกับปลัดกระทรวงพลังงาน

วันจันทร์ที่ 8 สิงหาคม 2559 Mr. Rapil Zhoshybayev ตำแหน่ง Commissioner of the Exhibition Astana EXPO-2017 ของสาธารณรัฐคาซัคสถาน ได้เข้าพบหารือกับปลัดกระทรวงพลังงาน ในฐานะ Commissioner General of Section ของประเทศไทย เพื่อรับทราบข้อมูล ติดตามความคืบหน้าในการดำเนินงานและเป็นการแลกเปลี่ยนประเด็นที่เกี่ยวข้องเพื่อประโยชน์ในการเข้าร่วมงานนิทรรศการนานาชาติ Astana Expo 2017 ณ กรุงอัสตานา สาธารณรัฐคาซัคสถาน ระหว่างวันที่ 10 มิถุนายน – 10 กันยายน 2560

 

 

 

 

ผู้บริหารกระทรวงพลังงาน พบปะสื่อ TPBS

นายชวลิต พิชาลัย  รองปลัดกระทรวงพลังงาน ได้นำคณะผู้บริหารกระทรวงพลังงาน และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย เข้าเยี่ยมพบปะสื่อมวลชน สถานีโทรทัศน์ Thai PBS เพื่อนำเสนอประเด็นของการก่อสร้างโรงไฟฟ้าเทคโนโลยีถ่านหินสะอาด โดยมีนายเชิดชาย มากบำรุง รองผู้อำนวยการสำนักข่าว พร้อมด้วยบรรณาธิการข่าว และผู้สื่อข่าว Thai PBS ให้การต้อนรับและร่วมกันหารือถึงประเด็นดังกล่าว

ทั้งนี้ ประเด็นสำคัญ ๆ ที่กระทรวงพลังงาน ได้ไปให้ข้อมูล ได้แก่

  1. ยืนยันว่าไม่ได้มีการย้าย มัสยิดและกุโบร์ ออกจากพื้นที่การก่อสร้างโรงไฟฟ้าเทคโนโลยีถ่านหินสะอาด ที่อ.เทพา จ.สงขลา
  2. การดำเนินการจัดซื้อที่ดิน และอพยพย้ายราษฎรมีแนวทางที่ชัดเจน และดำเนินการที่ได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีแล้วเท่านั้น
  3. สิ่งปลูกสร้างในทะเลถูกออกแบบให้ไม่กระทบต่อกระแสลมและไม่กีดขวางการไหลของน้ำ และสะพานเชื่อมท่าเทียบเรือของโครงการฯ ไม่มีผลกระทบต่ออาชีพประมง และการกัดเซาะชายฝั่ง
  4. การจับปลาในช่วงการก่อสร้าง และในบริเวณก่อสร้าง อาจมีจำนวนปลาลดลง แต่หลังจากก่อสร้างแล้วเสร็จ จำนวนปลาจะกลับมาปกติเช่นท่าเทียบเรืออื่น ๆ
  5. ให้ความมั่นใจได้ว่า น้ำทะเลที่อยู่ในระบบหล่อเย็นของโรงไฟฟ้าฯ จะถูกควบคุมคุณภาพให้มีเกณฑ์มาตรฐานใกล้เคียงกับสภาพธรรมชาติมากที่สุด
  6. โครงการโรงไฟฟ้าฯ เทพา ได้ศึกษาผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างรอบด้าน สามารถยืนยันว่าได้ว่าอยู่ในเกณฑ์ค่ามาตรฐาน และไม่มีผลต่อสุขภาพประชาชน
  7. ข้อกังวลต่อคำสั่ง คสช. ฉบับ 9/2559 ยืนยันว่าโครงการโรงไฟฟ้าเทคโนโลยีถ่านหินสะอาด ทั้งที่ อ. เทพา จ.สงขลา และที่ จ.กระบี่ ยังจำเป็นต้องเดินหน้าจัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมหรือ EIA ตามกฎหมาย เพราะเป็นกิจการที่ไม่ได้รับการยกเว้นตามคำสั่งคสช. ดังกล่าว
  8. ทางเลือกโรงไฟฟ้าถ่านหิน ที่ปะนาเระ จ.ปัตตานี ยังไม่มีความจำเป็นในขณะนี้ โดยกระทรวงพลังงานจะให้ความสำคัญกับพื้นที่ อ.เทพา และที่กระบี่ ให้ประชาชนยอมรับการใช้เทคโนโลยีถ่านหินสะอาด และสามารถสร้างโรงไฟฟ้าได้ตามแผน PDP 2015 ก่อน

 

โดยกระทรวงพลังงาน และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ขอยืนยันว่า การจัดทำโครงการใดๆ จะต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ตามกฎหมาย โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติเป็นสำคัญ

 

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน นำคณะผู้บริหาร ข้าราชการ พนักงาน และเจ้าหน้าที่ของกระทรวงพลังงาน ลงนามถวายพระพรชัยมงคล สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฏราชกุมาร

วันที่ 28 ก.ค. 59 พลเอกอนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน นำคณะผู้บริหาร ข้าราชการ พนักงาน และเจ้าหน้าที่ของกระทรวงพลังงาน ลงนามถวายพระพรชัยมงคล สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฏราชกุมาร เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ วันที่ 28 กรกฎาคม 2559 ณ ศูนย์เอนเนอร์ยี่คอมเพล็กซ์ อาคารบี กระทรวงพลังงาน

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน พร้อมคณะผู้บริหารระดับสูง บันทึกเทปถวายพระพรสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ

วันที่ 26 กรกฎาคม 2559 พลเอกอนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน นำคณะผู้บริหารระดับสูงกระทรวงพลังงาน บันทึกเทปโทรทัศน์ถวายพระพรชัยมงคลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหามหาราชินี ณ สถานีโทรทัศน์กองทัพบก (ช่อง 5)

กระทรวงพลังงานเป็นเจ้าภาพจัดประชุมคณะกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี ครั้งที่ 6 / 2559

พลเอก อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นประธานเปิดการประชุมคณะกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี ครั้งที่ 6/2559 โดยมีผู้ช่วยรัฐมนตรี และตัวแทนกระทรวงต่างๆ เข้าร่วมการประชุมหารือในครั้งนี้ เมื่อวันพุธที่ 29 มิถุนายน 2559 เวลา 13.30 น. ณ ห้องประชุม 9 ชั้น 15 ศูนย์เอนเนอร์ยี่ คอมเพล็กซ์ อาคาร บี

โดยมี พลเอก ณัฐติพล กนกโชติ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพลังงาน และคณะผู้บริหารของกระทรวงพลังงานให้การต้อนรับ และเข้าร่วมประชุม

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นประธานเปิดงาน ” Fast Auto Show Thailand 2016 “

วันที่ 29 มิ.ย. 59 พลเอก อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นประธานเปิดงาน ” Fast Auto Show Thailand 2016 ” พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงจากบริษัทรถยนต์ชั้นนำเข้าร่วมเปิดงานอย่างยิ่งใหญ่ พร้อมให้ผู้สนใจเข้าชมงานแสดงและจำหน่ายรถใหม่ และรถใช้แล้ว ภายใต้คอนเซปต์ “เลือกคันที่ชอบ ถอยคันที่ใช่” ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุม ไบเทค บางนา ฮอลล์ 105 – 106 ระหว่างวันที่ 29 มิ.ย. 59 ถึง 3 ก.ค. 59

ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นผู้แทนของสำนักงานปลัดกระทรวงพลังงาน รับมอบเครื่องวัดความดันโลหิต จำนวน 1,000 เครื่อง จากบริษัท มหาจักร อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด

วันที่ 28 มิ.ย. 59   พลเอก สุรศักดิ์ ศรีศักดิ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้เป็นผู้แทนของสำนักงานปลัดกระทรวงพลังงาน ในการรับมอบเครื่องวัดความดันโลหิต รุ่น KP7520 จากประเทศไต้หวัน จำนวน 1,000 เครื่อง จาก นายสราวุธ พุทธิวุฒิกูล กรรมการผู้จัดการบริษัท มหาจักร อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด โดยมี นายสมนึก บำรุงสาลี หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงพลังงาน ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ พร้อมด้วย คณะผู้บริหารบริษัท มหาจักร อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ร่วมในพิธีรับมอบ ณ ห้องประชุม 9 ชั้น 15 อาคารบี ศูนย์เอนเนอร์ยี่คอมเพล็กซ์

     พลเอก สุรศักดิ์ กล่าวว่า ถือเป็นวันดีอีกหนึ่งวันที่ภาคเอกชนได้เล็งเห็นความสำคัญของข้าราชการในเรื่องของสุขภาพ และมีจิตอันเป็นกุศล ซึ่งถือว่าเป็นความปรารถนาดีที่ทางบริษัท มหาจักร อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด
ที่ต้องการจะนำเครื่องวัดความดันโลหิตมามอบให้กับข้าราชการ เพื่อนำไปได้ใช้ประโยชน์และดูแลสุขภาพ ทั้งนี้ ในนามของสำนักงานปลัดกระทรวงพลังงาน ขอขอบคุณทาง บริษัท มหาจักร อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด อย่างมากที่มีความกรุณา มีใจเมตตา โดยส่วนหนึ่งทางสำนักงานปลัดกระทรวงพลังงานจะนำไปมอบให้แก่สำนักงานพลังงานจังหวัดทั่วประเทศ เพื่อนำไปให้ต่อกับประชาชนในพื้นที่ หรือ แจกจ่ายให้กับโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลเพื่อนำไปดูแลประชาชนได้อย่างทั่วถึง

ด้าน นายสราวุธ กล่าวว่า สำหรับการมอบเครื่องวัดความดันโลหิตในครั้งนี้ บริษัท มหาจักร อินเตอร์เนชั่นแนลจำกัด ซึ่งเป็นผู้นำเข้าและผู้แทนจำหน่ายเครื่องวัดความดันโลหิต เล็งเห็นว่าเป็นประโยชน์สำหรับข้าราชการ โดยก่อนหน้านี้ได้แจกจ่ายไปยังกระทรวงกลาโหม และในขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินโครงการกับทางโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ เพื่อที่จะแจกจ่ายเครื่องวัดความดันโลหิตในแก่หน่วยงานต่างๆ ของทางภาครัฐในอนาคตต่อไป

 

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดศูนย์ธุรกิจคาเฟ่อเมซอน และสถาบันพัฒนาศักยภาพธุรกิจน้ำมัน

วันนี้ (27  มิ.ย. 59) พลเอก อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นประธานพิธีเปิดศูนย์ธุรกิจคาเฟ่อเมซอน หรือ Amazon Inspiring Campus (AICA) และสถาบันพัฒนาศักยภาพธุรกิจน้ำมัน หรือ Oil Business Academy (OBA) อย่างเป็นทางการ ณ ตำบลสนับทึบ อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงพลังงานและบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เข้าร่วม

 

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานย้ำร่างแก้ไขพระราชบัญญัติปิโตรเลียม และพระราชบัญญัติภาษีเงินได้ มุ่งสร้างเสถียรภาพและความมั่นคงด้านพลังงาน

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานย้ำร่างแก้ไขพระราชบัญญัติปิโตรเลียม
และพระราชบัญญัติภาษีเงินได้ มุ่งสร้างเสถียรภาพและความมั่นคงด้านพลังงาน

พลเอก อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน แถลงภายหลังการประชุมสภา นิติบัญญัติแห่งชาติ ว่า วันนี้ (24 มิถุนายน 2559) สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ได้มีการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติปิโตรเลียม (ฉบับที่…) พ.ศ…. และพระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม(ฉบับที่…) พ.ศ…. ซึ่งมีวัตถุประสงค์ในการแก้ไขพระราชบัญญัติทั้งสองฉบับ เพื่อให้สอดคล้องกับแนวทางการปฏิรูปด้านพลังงานในการสร้างเสถียรภาพและมั่นคงทางด้านพลังงาน โดยร่างพระราชบัญญัติปิโตรเลียมฉบับนี้ได้เพิ่มทางเลือกให้รัฐสามารถพิจารณานำระบบสัญญาแบ่งปันผลผลิตหรือระบบสัญญาจ้างสำรวจและผลิตมาใช้ในการบริหารจัดการทรัพยากรปิโตรเลียม นอกเหนือจากระบบสัมปทานปิโตรเลียมภายใต้กฎหมายที่มีอยู่ปัจจุบัน รวมทั้งแก้ไขบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับประโยชน์หรือสิทธิของผู้รับสัมปทานและบทบัญญัติเกี่ยวกับค่าภาคหลวงให้มีความเหมาะสมยิ่งขึ้น
สำหรับร่างพระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม เป็นการแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อกำหนดอัตราและหลักเกณฑ์ในการคำนวณภาษีเงินได้ปิโตรเลียมให้สอดคล้องกับลักษณะการดำเนินการของระบบสัญญาแบ่งปันผลิต
ทั้งนี้ ภายหลังสภานิติบัญญัติแห่งชาติรับหลักการสำหรับการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติทั้งสองฉบับแล้ว จะมีการแต่งตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว ซึ่งประกอบด้วยผู้แทนจากฝ่ายคณะรัฐมนตรี และ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ
กระทรวงพลังงานขอยืนยันว่า การแก้ไข พ.ร.บ.ปิโตรเลียม และ พ.ร.บ.ภาษีเงินได้ปิโตรเลียมครั้งนี้ ได้มีการรับฟังความคิดเห็นจากสภาปฏิรูปแห่งชาติและเวทีเสวนาสาธารณะหลายครั้ง ซึ่งได้นำข้อคิดเห็น ที่สามารถดำเนินการได้จริงมาปรับใช้ในการแก้ไข โดยมีเป้าหมายในการส่งเสริมให้เกิดการลงทุน สร้างความต่อเนื่องในการสำรวจปิโตรเลียม เพี่อเพิ่มโอกาสในการพบปิโตรเลียม ซึ่งคำนึงถึงประโยชน์ของประเทศและประชาชนเป็นสำคัญ

กระทรวงพลังงาน
24 มิถุนายน 2559

รมว.พน. พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ ได้กล่าวเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการและบรรยาย เรื่อง “แนวคิดและเครื่องมือในการบริหารจัดการกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานแบบบูรณาการฯ”

ท่าน รมว.พน. พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ ได้กล่าวเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการและบรรยาย เรื่อง “แนวคิดและเครื่องมือในการบริหารจัดการกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานแบบบูรณาการฯ” โดยได้มอบทิศทางไว้ว่าหากโครงการใดจะประสบความสำเร็จต้องมีองค์ประกอบ 4 ประการ ดังนี้
1. ผู้พัฒนาโครงการต้องมีความรู้ (Knowledge)
2. ทีมงานของผู้พัฒนาโครงการจะต้องมีทักษะ (Skill) ไม่ว่าจะเป็นทักษะทางช่าง หรือ ทักษะทางการสื่อสาร
3. โครงการที่พัฒนาต้องมีนวัตกรรม (Innovation)
4. การประสานงานโครงการจะต้องเป็นไปแบบบูรณาการ (Integration)
ซึ่งต่อไป สนพ. จะรับนโยบายสู่การปฏิบัติในการกลั่นกรอง ติดตาม และประเมิณผลโครงการต่างๆ ของกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เดินทางเยี่ยมชมโครงการงานวิจัยด้านพลังงานทดแทนของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี

วันที่ 17 มิ.ย.59 พลเอก อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกระทรวงพลังงาน ได้เดินทางเยี่ยมชม โรงกำจัดขยะแบบครบวงจร ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ซึ่งเป็นศูนย์สาธิต การผลิตพลังงานจากกากของเสียและขยะชุมชน ที่ได้รับการสนับสนุนจากกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน กระทรวงพลังงานในปีพ.ศ. 2558 โดยที่นี่จะกำจัดขยะมูลฝอย เพื่อผลิตเป็นเชื้อเพลิง RDF โดยวิธีทางกลและชีวภาพ และป้อน RDF ให้กับโรงไฟฟ้าพลังงานขยะ ที่โรงปูนซีเมนต์ไทย ในอำเภอแก่งคอยจังหวัดสระบุรีต่อไป โดยสามารถรองรับการจัดการขยะของจังหวัดนครราชสีมาได้ถึง 100 ตันต่อวัน

นอกจากนั้นแล้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานและคณะ ยังได้เยี่ยมชม ศูนย์ความเป็นเลิศทางด้านชีวมวล ซึ่งเป็นศูนย์วิจัย เกี่ยวกับโรงไฟฟ้าพลาสมาแก๊สซิฟิเคชั่น และการผลิตน้ำมันด้วยเทคโนโลยีไพโรไลซิสจากเชื้อเพลิงขยะพลาสติก รวมทั้งยังได้ชมผลงานวิจัยต้นแบบระบบสะสมพลังงานหรือ energy storage ซึ่งมีความสำคัญต่อการส่งเสริมการพัฒนาพลังงานทดแทน และอนุรักษ์พลังงานของไทยในอนาคต

ขอเชิญเยาวชน และประชาชนทั่วไป ร่วมส่งผลงานเข้าประกวด “วาดภาพเฉลิมพระเกียรติฯ ปีที่ 4 ประจำปี 2559”

ขอเชิญเยาวชน และประชาชนทั่วไป ร่วมส่งผลงานเข้าประกวด “วาดภาพเฉลิมพระเกียรติฯ ปีที่ 4 ประจำปี 2559”

เปิดรับสมัครตั้งแต่วันนี้ – 17 ต.ค. 59   ดาวน์โหลดใบสมัคร

 

 

 

กระทรวงพลังงาน ชี้แจง กรณีเติมน้ำมัน แก๊ส ไม่ดับเครื่องยนต์ หรือใช้โทรศัพท์ มีโทษปรับ 100,000 บาท หรือจำคุก 1 ปี ไม่เป็นความจริง และขอให้โลกออนไลน์หยุดแชร์เพื่อลดความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน

อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน

กระทรวงพลังงาน ชี้แจง กรณีเติมน้ำมัน แก๊ส ไม่ดับเครื่องยนต์ หรือใช้โทรศัพท์ มีโทษปรับ 100,000 บาท หรือจำคุก 1 ปี ไม่เป็นความจริง และขอให้โลกออนไลน์หยุดแชร์เพื่อลดความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน

นายวิฑูรย์ กุลเจริญวิรัตน์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน เปิดเผยว่า จากกรณีเกิดการแชร์ข้อความใน LINE และ Facebook ว่า หากประชาชนเข้าไปเติมน้ำมัน หรือแก๊ส ในสถานีบริการ และไม่ได้ดับเครื่องยนต์ รวมทั้งมีการใช้โทรศัพท์ จะมีโทษปรับ 100,000 บาท หรือจำคุก 1 ปี โดยจะเริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 29 พฤษภาคม 2559 ที่ผ่านมานั้น ซึ่งกรมธุรกิจพลังงาน ขอยืนยันว่า ข้อความดังกล่าวมีความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริง และอาจทำให้ประชาชนส่วนใหญ่ตื่นตระหนกได้ จึงขอให้โปรดหยุดแชร์ หรือส่งต่อข้อความดังกล่าวนี้

ทั้งนี้ กรมธุรกิจพลังงาน ได้มีกฎกระทรวงว่าด้วยการกำหนด คุณสมบัติและการฝึกอบรมผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งจะเป็นกฎหมายที่เข้มงวดกับเจ้าของสถานีบริการน้ำมัน ก๊าซหุงต้ม(LPG) ก๊าซธรรมชาติสำหรับรถยนต์ (NGV) คลังก๊าซ คลังน้ำมัน รถขนส่งน้ำมัน และร้านค้าจำหน่าย LPG ซึ่งจะต้องมีพนักงานอย่างน้อย 1 คน ที่ได้รับใบอนุญาตเป็นพนักงานปฏิบัติประจำในสถานประกอบการดังกล่าว ซึ่งต้องคอยดูแลความปลอดภัย รวมทั้งต้องมีหน้าที่แจ้งเตือนประชาชนผู้ใช้บริการ ให้ดับเครื่องยนต์ หรืองดคุยโทรศัพท์เมื่อมีการจอดรถเพื่อเติมน้ำมัน ซึ่งหากไม่เกิดการปฏิบัติตาม พนักงานจะพิจารณาไม่เติมน้ำมันหรือแก๊สให้

โดยกฎหมายดังกล่าว กรมธุรกิจพลังงานมุ่งหวังจะป้องปรามให้เจ้าของสถานีบริการ เพิ่มความเข้มงวดในการปฏิบัติตามข้อกำหนดอย่างเคร่งครัด และไม่ได้มีเจตนาเอาผิดต่อประชาชนผู้เติมน้ำมัน หรือแก๊ส ตามที่มีการส่งต่อข้อมูลกันในโลกออนไลน์ แต่อย่างไรก็ตาม อยากขอความร่วมมือให้ปฏิบัติตามมาตรฐานความปลอดภัย

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้เป็นประธานเปิดการสัมมนา และกล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “นโยบายและทิศทางของภาครัฐในการส่งเสริมพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก”

พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้เป็นประธานเปิดการสัมมนา และกล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “นโยบายและทิศทางของภาครัฐในการส่งเสริมพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก” ในงานสัมมนาอนาคตพลังงานทางเลือกในยุคน้ำมันราคาถูก ซึ่งจัดโดยหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ

พล. อ.อนันตพร ได้กล่าวถึง สถานการณ์ภาพรวมของทิศทางพลังงานของโลก และประเทศไทย โดยในส่วนของการส่งเสริมพลังงานทดแทน
กระทรวงพลังงาน ได้ดำเนินนโยบายเพื่อส่งเสริมอย่างเต็มที่ ซึ่งจากแผนส่งเสริมพลังงานทดแทนในระยะยาว จะมีการศึกษาและงานวิจัย ที่มีเทคโนโลยีที่จะทำให้การผลิตไฟฟ้าพลังงานทดแทนมีต้นทุนต่ำลงจนสามารถแข่งขันกับการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานฟอสซิลได้ โดยเฉพาะหากมีการส่งเสริมให้ตั้งโรงงานผลิตเซลล์แสงอาทิตย์ และกังหันลมในไทย รวมถึงแบตเตอรี่เพื่อใช้ในระบบสะสมพลังงาน (Energy Storage) มีราคาถูกลงอย่างต่อเนื่องจากในช่วง 7 ปีราคาลดลงปีละ 30%


นอกจากนี้ ในส่วนของการลดอุปสรรคในการส่งเสริมพลังงานทดแทน กระทรวงพลังงานคาดว่าระบบสายส่งจะมีความพร้อมในปี 2562 หรืออีก 3 ปี นับจากนี้ โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคอีสานซึ่งมีศักยภาพพลังงานทดแทนสูง รวมไปถึงการปลดล็อกข้อจำกัดต่างๆ เช่นเรื่อง กฏหมาย รง. 4 การแก้ไขเรื่องปัญหาผังเมือง และการส่งเสริมผู้ประกอบการ ขณะนี้กระทรวงพลังงานได้ดำเนินการเรียบร้อย และมีความคืบหน้าเป็นอย่างดี

ประกวดราคาจ้างจัดหาสื่อประชาสัมพันธ์ด้านการอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทน สำหรับมอบแก่หน่วยงานเคลื่อนที่ จำนวน 20 จังหวัด ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)