ปลัดกระทรวงพลังงาน เป็นประธานพิธีถวายอาลัย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ

วันนี้ (14 ตุลาคม 2559) ดร.อารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงพลังงาน พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูง ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ เข้าร่วมพิธีถวายอาลัย พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร น้อมเกล้าน้อมกระหม่อมส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ ณ บริเวณล็อบบี้ อาคารบี ศูนย์เอนเนอร์ยี่คอมเพล็กซ์ กระทรวงพลังงาน

ปลัดกระทรวงพลังงาน เข้าร่วมงาน World Energy Council ณ กรุงอิสตันบุล ประเทศตุรกี

วันนี้ (10 ตุลาคม 2559) นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงพลังงาน พร้อมด้วยนายธรรมยศ ศรีช่วย รองปลัดกระทรวงพลังงาน พร้อมคณะ เข้าร่วมงาน World Energy Council ณ กรุงอิสตันบุล ประเทศตุรกี ทั้งนี้ นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ได้กล่าวปาฐกถาในหัวข้อ Asia Regional Crossroads: Resilence and Regional Integration

 

 

ปลัดกระทรวงพลังงาน ได้พบปะหารือกับผู้แทนคณะ Silk Road Fund

ปลัดกระทรวงพลังงาน

เมื่อวันนี้ 7 กันยายน 2559 นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงพลังงาน ได้พบปะหารือกับผู้แทนคณะจากสาธารณรัฐประชาชนจีน นำโดย Mr. Yang Zejun ประธานคณะกรรมการของ Silk Road Fund ของจีน ณ กระทรวงพลังงาน เกี่ยวกับที่ฝ่ายจีนได้นำเสนอความเป็นมาของ Silk Road Fund ซึ่งเป็นกองทุนเพื่อการลงทุนด้านการสร้างโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ เช่น ด้านพลังงาน ด้านอุตสาหกรรม ด้านการก่อสร้าง ในประเทศต่างๆตามเส้นทางสายไหม โดยฝ่ายไทยได้มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านนโยบายพลังงานของไทยที่ดำเนินการอยู่ในปัจจุบันและแผนการในอนาคต รวมถึงการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเรื่องความเป็นไปได้ในการทำงานร่วมกันด้านพลังงานระหว่างไทยและจีนในอนาคต

กระทรวงพลังงาน ย้ำทางเลือกเชื้อเพลิงถ่านหินสะอาด

นายชวลิต พิชาลัย รองปลัดกระทรวงพลังงาน

วันจันทร์ที่ 5 กันยายน 2559 กระทรวงพลังงาน ย้ำทางเลือกเชื้อเพลิงถ่านหินสะอาด มีการใช้เทคโนโลยีทันสมัยช่วยลดผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่เชื่อถือและไว้ใจได้ โดยค่าปลดปล่อยซัลเฟอร์ไดออกไซด์ดีกว่าค่ามาตรฐานที่กรมควบคุมมลพิษกำหนด มากกว่า 3 เท่าตัว และค่าฝุ่นละออง ดีกว่าถึง 2 เท่าตัว ยันถ่านหินสะอาดยังเป็นทางเลือกผลิตไฟฟ้าที่ช่วยกระจายแหล่งเชื้อเพลิงและประเทศชั้นนำของโลกยังคงพัฒนาต่อเนื่อง
นายชวลิต พิชาลัย รองปลัดกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า การจัดทำแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย หรือ PDP 2015 กระทรวงพลังงาน ได้เน้นในมิติการบริหารจัดการเพื่อรักษาความสมดุลย์ในการกระจายแหล่งเชื้อเพลิงควบคู่ไปกับการดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างเข้มข้นและจริงจัง เพื่อดูแลชีวิตและสุขภาพของประชาชนควบคู่ไปกับการจัดหาพลังงานเพื่อความมั่นคงของประเทศ โดยจะเพิ่มสัดส่วนการใช้เทคโนโลยีถ่านหินสะอาดในการผลิตไฟฟ้าจาก 19% ในปัจจุบัน เป็น 20 – 25% ในปลายปี 2579 ซึ่งจากการติดตามเทคโนโลยีถ่านหินสะอาดดังกล่าว พบว่า ปัจจุบันได้มีการนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยเข้ามาบริหารจัดการ และมีการพัฒนามาอย่างต่อเนื่องจึงสามารถลดปริมาณการปล่อยมลพิษ
ทั้งนี้ จากข้อมูลโรงไฟฟ้าเทคโนโลยีถ่านหินสะอาดจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) ในช่วงที่ผ่านมา ระบุว่าจะมีค่าปลดปล่อยก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์เพียง 50 ส่วนในล้านส่วน ซึ่งดีกว่าค่ามาตรฐานที่กรมควบคุมมลพิษกำหนดไว้ที่ 180 ส่วนในล้านส่วน หรือดีกว่าค่ามาตรฐานกำหนดมากกว่า 3 เท่าตัว รวมทั้งยังมีค่าการปลดปล่อยฝุ่นละอองเพียง 30 มิลลิกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งดีกว่าค่ามาตรฐานที่กรมควบคุมมลพิษกำหนดไว้ที่ 80 มิลลิกรัมต่อลูกบาศก์เมตร หรือดีกว่าค่ามาตรฐานกำหนดมากกว่า 2 เท่าตัว เป็นต้น
นอกจากนี้ เทคโนโลยีถ่านหินสะอาดตามแผนการสร้างโรงไฟฟ้า ที่กฟผ.จะได้เตรียมนำมาใช้ คือเทคโนโลยี ultra super critical ซึ่งถือเป็นเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพสูงและทันสมัยที่สุด ทําให้ใช้เชื้อเพลิงน้อยลง จึงมีผลให้ลดการปลดปล่อยมลพิษทางอากาศลงได้มาก โดยกระทรวงพลังงานยืนยันได้ว่า การผลิตไฟฟ้าจากเทคโนโลยีถ่านหินสะอาด จะสะอาดตั้งแต่ต้นน้ำคือ การนำเข้าถ่านหินสะอาดที่มีคุณภาพสูงมีปริมาณซัลเฟอร์ต่ำและค่าความร้อนสูง ซึ่งเบื้องต้นจะพิจารณานำเข้าจากประเทศอินโดนีเซีย ออสเตรเลียหรือ แอฟริกาใต้ เป็นต้น รวมทั้งกลางน้ำ ด้วยเทคโนโลยีดังกล่าว จะช่วยลดการปลดปล่อยก๊าซไนโตรเจนไดออกไซด์ ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ และฝุ่นละอองในกระบวนการผลิตไฟฟ้าได้เกือบทั้งหมด 100% และปลายน้ำ คือ มีการตรวจสอบวัดมลพิษและกระบวนการเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด มีการปลูกต้นไม้ เพื่อเป็นแนวป้องกันอีกด้วย
นายชวลิต กล่าวเพิ่มว่า ขณะนี้ประเทศชั้นนำของโลก อย่าง ประเทศญีปุ่น จีน และเกาหลีใต้ ยังคงมีแผนการพัฒนาเชื้อเพลิงจากถ่านหินในการผลิตไฟฟ้า เพื่อเป็นทางเลือกในการสร้างความมั่นคงด้านพลังงานอย่างต่อเนื่อง สำหรับประเทศไทย ตามแผน PDP 2015 จะมีการพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าเทคโนโลยีถ่านหินสะอาดใหม่เพิ่มเติม จำนวน 2 โรง เพื่อความมั่นคงของระบบไฟฟ้าในภาคใต้ ได้แก่ โครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ กำลังผลิต 800 เมกะวัตต์ ซึ่งขณะนี้ได้ผ่านการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนแล้ว 3 ครั้ง และได้จัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมหรืออีไอเอแล้ว โดยอยู่ระหว่างประชุมและหาข้อยุติของคณะกรรมการไตรภาคี และโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา กำลังผลิต 2,000 เมกะวัตต์ ซึ่งขณะนี้ได้รับฟังความเห็นของประชาชนในพื้นที่เรียบร้อยแล้ว และเตรียมเสนอรายงานวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมหรือ อีไอเอต่อไป

รองปลัดกระทรวงพลังงาน ให้เกียรติเป็นประธานในการประชุม 1st ASEAN Petroleum Security Agreement (APSA)

รองปลัดกระทรวงพลังงาน

วันนี้ (25 สิงหาคม 2559) นายชวลิต พิชาลัย รองปลัดกระทรวงพลังงาน ให้เกียรติเป็นประธานในการประชุม 1st ASEAN Petroleum Security Agreement (APSA) Task Force Phase II Meeting กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 25-26 สิงหาคม 2559 ณ ห้องประชุม กระทรวงพลังงาน โดยการประชุมดังกล่าว เป็นครั้งแรกที่เชิญ 10 ประเทศอาเซียนเข้าร่วม และมีผู้จากคณะมนตรีด้านปิโตรเลียมของอาเซียน (ASEAN Council on Petroleum: ASCOPE) คือบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)  กระทรวงเศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรม ประเทศญี่ปุ่น (Ministry of Economy, Trade and Industry: METI) ทบวงการพลังงานระหว่างประเทศ (International Energy Agency: IEA) สถาบันวิจัยทางเศรษฐกิจเพื่ออาเซียนและเอเชียตะวันออก (Economic Research Institute for ASEAN and East Asia: ERIA) และศูนย์พลังงานอาเซียน (ASEAN Centre of Energy: ACE) ประชุมร่วมกันเพื่อหารือถึงแนวทางการดำเนินงานเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางด้านพลังงานในการสำรองน้ำมัน และการช่วยเหลือประเทศสมาชิกในอาเซียนเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินหรือเมื่อภาวะน้ำมันขาดแคลนขึ้น ซึ่งที่ประชุมได้มีการแลกเปลี่ยนข้อมูล สถานะความคืบหน้าของการดำเนินงาน การหารือในรูปแบบ กรอบแนวทางการดำเนินการ และมุมมองจากผู้เชี่ยวชาญระดับโลกในด้านการสำรองน้ำมัน


Mr. Rapil Zhoshybayev เข้าพบหารือกับปลัดกระทรวงพลังงาน

วันจันทร์ที่ 8 สิงหาคม 2559 Mr. Rapil Zhoshybayev ตำแหน่ง Commissioner of the Exhibition Astana EXPO-2017 ของสาธารณรัฐคาซัคสถาน ได้เข้าพบหารือกับปลัดกระทรวงพลังงาน ในฐานะ Commissioner General of Section ของประเทศไทย เพื่อรับทราบข้อมูล ติดตามความคืบหน้าในการดำเนินงานและเป็นการแลกเปลี่ยนประเด็นที่เกี่ยวข้องเพื่อประโยชน์ในการเข้าร่วมงานนิทรรศการนานาชาติ Astana Expo 2017 ณ กรุงอัสตานา สาธารณรัฐคาซัคสถาน ระหว่างวันที่ 10 มิถุนายน – 10 กันยายน 2560

 

 

 

 

ผู้บริหารกระทรวงพลังงาน พบปะสื่อ TPBS

นายชวลิต พิชาลัย  รองปลัดกระทรวงพลังงาน ได้นำคณะผู้บริหารกระทรวงพลังงาน และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย เข้าเยี่ยมพบปะสื่อมวลชน สถานีโทรทัศน์ Thai PBS เพื่อนำเสนอประเด็นของการก่อสร้างโรงไฟฟ้าเทคโนโลยีถ่านหินสะอาด โดยมีนายเชิดชาย มากบำรุง รองผู้อำนวยการสำนักข่าว พร้อมด้วยบรรณาธิการข่าว และผู้สื่อข่าว Thai PBS ให้การต้อนรับและร่วมกันหารือถึงประเด็นดังกล่าว

ทั้งนี้ ประเด็นสำคัญ ๆ ที่กระทรวงพลังงาน ได้ไปให้ข้อมูล ได้แก่

  1. ยืนยันว่าไม่ได้มีการย้าย มัสยิดและกุโบร์ ออกจากพื้นที่การก่อสร้างโรงไฟฟ้าเทคโนโลยีถ่านหินสะอาด ที่อ.เทพา จ.สงขลา
  2. การดำเนินการจัดซื้อที่ดิน และอพยพย้ายราษฎรมีแนวทางที่ชัดเจน และดำเนินการที่ได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีแล้วเท่านั้น
  3. สิ่งปลูกสร้างในทะเลถูกออกแบบให้ไม่กระทบต่อกระแสลมและไม่กีดขวางการไหลของน้ำ และสะพานเชื่อมท่าเทียบเรือของโครงการฯ ไม่มีผลกระทบต่ออาชีพประมง และการกัดเซาะชายฝั่ง
  4. การจับปลาในช่วงการก่อสร้าง และในบริเวณก่อสร้าง อาจมีจำนวนปลาลดลง แต่หลังจากก่อสร้างแล้วเสร็จ จำนวนปลาจะกลับมาปกติเช่นท่าเทียบเรืออื่น ๆ
  5. ให้ความมั่นใจได้ว่า น้ำทะเลที่อยู่ในระบบหล่อเย็นของโรงไฟฟ้าฯ จะถูกควบคุมคุณภาพให้มีเกณฑ์มาตรฐานใกล้เคียงกับสภาพธรรมชาติมากที่สุด
  6. โครงการโรงไฟฟ้าฯ เทพา ได้ศึกษาผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างรอบด้าน สามารถยืนยันว่าได้ว่าอยู่ในเกณฑ์ค่ามาตรฐาน และไม่มีผลต่อสุขภาพประชาชน
  7. ข้อกังวลต่อคำสั่ง คสช. ฉบับ 9/2559 ยืนยันว่าโครงการโรงไฟฟ้าเทคโนโลยีถ่านหินสะอาด ทั้งที่ อ. เทพา จ.สงขลา และที่ จ.กระบี่ ยังจำเป็นต้องเดินหน้าจัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมหรือ EIA ตามกฎหมาย เพราะเป็นกิจการที่ไม่ได้รับการยกเว้นตามคำสั่งคสช. ดังกล่าว
  8. ทางเลือกโรงไฟฟ้าถ่านหิน ที่ปะนาเระ จ.ปัตตานี ยังไม่มีความจำเป็นในขณะนี้ โดยกระทรวงพลังงานจะให้ความสำคัญกับพื้นที่ อ.เทพา และที่กระบี่ ให้ประชาชนยอมรับการใช้เทคโนโลยีถ่านหินสะอาด และสามารถสร้างโรงไฟฟ้าได้ตามแผน PDP 2015 ก่อน

 

โดยกระทรวงพลังงาน และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ขอยืนยันว่า การจัดทำโครงการใดๆ จะต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ตามกฎหมาย โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติเป็นสำคัญ

 

ผลการประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.)


วันนี้ (7 กรกฎาคม 2559) ดร.ทวารัฐ สูตะบุตร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) และโฆษกกระทรวงพลังงาน เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ซึ่งมี พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นประธาน ว่า ที่ประชุม กบง. ได้มีการพิจารณาวาระสำคัญต่างๆ ดังนี้

*** โครงสร้างราคาก๊าซ LPG เดือนกรกฎาคม 2559
สถานการณ์ราคาก๊าซ LPG ตลาดโลก (CP) เดือนกรกฎาคม 2559 อยู่ที่ระดับ 301 เหรียญสหรัฐฯ/ตัน ปรับตัวลดลงจากเดือนก่อน 43 เหรียญสหรัฐฯ/ตัน ในขณะที่อัตราแลกเปลี่ยนเฉลี่ยเดือนมิถุนายน 2559 แข็งค่าขึ้นจากเดือนก่อน 0.1418 บาท/เหรียญสหรัฐฯ มาอยู่ที่ 35.4733 บาท/เหรียญสหรัฐฯ ส่งผลให้ราคาต้นทุนเฉลี่ยการจัดหาก๊าซ LPG ทั้งระบบ ซึ่งเป็นราคาซื้อตั้งต้นของก๊าซ LPG (LPG Pool) ปรับตัวลดลง 0.6607 บาท/กก. จาก 13.9150 บาท/กก. เป็น 13.2543 บาท/กก. แต่เนื่องจากในช่วง 5 เดือนที่ผ่านมา (ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ – มิถุนายน 2559) ได้มีการใช้เงินกองทุนน้ำมันฯ ชดเชยราคาเพื่อรักษาระดับราคาขายปลีกก๊าซ LPG ในประเทศ ดังนั้น ที่ประชุม กบง. จึงเห็นควรให้คงราคาขายปลีกก๊าซ LPG เดือนกรกฎาคม 2559 ไว้ที่ 20.29 บาท/กก. โดยปรับอัตราเงินส่งเข้ากองทุนน้ำมันฯ เพิ่มขึ้น 0.6607 บาท/กก. จากเดิมกองทุนน้ำมันฯ ชดเชย 0.5960 บาท/กก. เป็นส่งเงินเข้ากองทุนน้ำมันฯ ที่ 0.0647 บาท/กก. ให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 8 กรกฎาคม 2559 เป็นต้นไป

จากการปรับอัตราเงินส่งเข้ากองทุนน้ำมันฯ ดังกล่าว ส่งผลทำให้กองทุนน้ำมันฯ ในส่วนของก๊าซ LPG มีรายรับประมาณ 22 ล้านบาท/เดือน โดยฐานะสุทธิของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ณ วันที่ 3 กรกฎาคม 2559 อยู่ที่ 44,461 ล้านบาท แบ่งเป็น 1) ในส่วนของบัญชีก๊าซ LPG อยู่ที่ 7,128 ล้านบาท และ 2) ในส่วนของบัญชีน้ำมันสำเร็จรูป อยู่ที่ 37,333 ล้านบาท

*** การปรับอัตราเงินส่งเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง
มติ ครม. เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2559 ได้เห็นชอบหลักการของร่างประกาศกระทรวงการคลังเรื่อง ปรับลดอัตราภาษีสรรพสามิต (ฉบับที่ ..) เพื่อปรับอัตราภาษีสรรพสามิตน้ำมันเบนซินและน้ำมันอื่นที่คล้ายกัน และน้ำมันดีเซลและน้ำมันอื่นที่คล้ายกัน โดยเป็นการดำเนินการให้มีผลบังคับสอดคล้องกับสภาวการณ์ทางเศรษฐกิจในปัจจุบันและเสริมสร้างเสถียรภาพทางการคลังของประเทศ ซึ่งมีรายละเอียดในการปรับอัตราภาษีสรรพสามิต ดังนี้
ดังนั้น เพื่อให้การดำเนินงานสอดคล้องกับการปรับอัตราสรรพสามิตในข้างต้น และไม่กระทบกับราคาขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิงซึ่งจะเป็นการสร้างภาระให้แก่ผู้บริโภค ที่ประชุม กบง. จึงเห็นชอบให้ปรับอัตราเงินส่งเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงของน้ำมันเบนซิน น้ำมันแก๊สโซฮอล และน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว ดังนี้ (ตามรูปตาราง)


จากการปรับอัตราเงินส่งเข้ากองทุนน้ำมันฯ ดังกล่าว จะส่งผลให้กองทุนน้ำมันฯ มีสภาพคล่องลดลงประมาณ 383 ล้านบาทต่อเดือน จากมีรายรับ 13 ล้านบาทต่อเดือน เป็นมีรายจ่าย 371 ล้านบาทต่อเดือน
ทั้งนี้ จากการโอนอัตราเงินกองทุนน้ำมันฯ เป็นอัตราภาษีสรรพสามิตจะทำให้รัฐมีรายได้เพิ่มขึ้น 800 ล้านบาทต่อเดือน จาก 15,252 ล้านบาทต่อเดือน เป็น 16,053 ล้านบาทต่อเดือน เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ รักษาสิ่งแวดล้อม ก่อสร้างและซ่อมบำรุงถนน และลดอุบัติเหตุจากการจราจร

*** รายงานการบริหารจัดการกรณีแหล่งก๊าซธรรมชาติ JDA – A18 ปิดซ่อมบำรุง ปี 2559
ที่ประชุม กบง. รับทราบแนวทางการบริหารจัดการและมาตรการรองรับกรณีแหล่งก๊าซธรรมชาติในพื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย (JDA – A18) หยุดซ่อมบำรุงประจำปี ระหว่างวันที่ 20 – 31 สิงหาคม 2559 รวม 12 วัน ซึ่งจะทำให้ปริมาณก๊าซหายไปจากระบบ ประมาณ 421 ล้านลูกบาศก์ฟุต/วัน และจะส่งผลกระทบต่อการผลิตไฟฟ้าในภาคใต้ ได้แก่ โรงไฟฟ้าจะนะ จังหวัดสงขลา ที่ต้องเปลี่ยนไปใช้เชื้อเพลิงอื่นทดแทน และบางส่วนจำเป็นต้องหยุดผลิต และผลกระทบต่อการจำหน่ายก๊าซฯ ของสถานีบริการก๊าซ NGV ในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง (จังหวัดสุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช และสงขลา) จำนวน 14 สถานี

เพื่อรองรับผลกระทบจากการหยุดซ่อมแหล่งก๊าซฯ ดังกล่าว กระทรวงพลังงานจึงได้เตรียมความพร้อม ดังนี้
– ด้านพลังงานไฟฟ้า –
—– ระบบผลิต ดำเนินการโดยให้โรงไฟฟ้าจะนะพร้อมเดินเครื่องด้วยดีเซล ตรวจสอบโรงไฟฟ้าภาคใต้ทั้งหมดให้พร้อมใช้งาน งดการหยุดเครื่องบำรุงรักษาโรงไฟฟ้า และประสานการไฟฟ้ามาเลเซียขอซื้อไฟฟ้าในกรณีฉุกเฉิน
—– เชื้อเพลิงสำรอง เตรียมการโดยให้มีการสำรองน้ำมันให้เพียงพอและเต็มความสามารถในการจัดเก็บ พร้อมทั้งประสานงานให้ ปตท. จัดส่งน้ำมันระหว่างการดำเนินงานเพื่อให้สามารถรองรับความล่าช้า 3 วัน
—– ระบบส่ง เตรียมความพร้อมโดยให้มีการตรวจสอบสายส่งและอุปกรณ์สำคัญในภาคใต้ให้พร้อมใช้งาน และงดการทำงานบำรุงรักษาระบบส่งในช่วงเวลาหยุดจ่ายก๊าซธรรมชาติ

– ด้านก๊าซ NGV –
—– การสำรอง NGV โดยให้มีการจัดส่งก๊าซ NGV จากสถานีหลักในเขตกรุงเทพ และปริมณฑล พร้อมสำรองก๊าซฯ ไว้ล่วงหน้าที่สถานีก๊าซฯ หลักจะนะ

– ด้านการประชาสัมพันธ์ –
เพื่อรณรงค์ให้ทุกภาคส่วนร่วมกันประหยัดพลังงานในช่วงที่มีการหยุดจ่ายก๊าซฯโดยเฉพาะการลดใช้ไฟฟ้าในช่วงเวลา 18.00 – 21.30 น. ซึ่งเป็นชั่วโมงที่ในพื้นที่ภาคใต้มีความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุดของวัน ผ่านช่องทางการสื่อสารในรูปแบบต่างๆ อาทิ การติดป้าย Banner โปสเตอร์ การแจกใบปลิว การเผยแพร่ข่าวผ่านสื่อวิทยุและโทรทัศน์ การจัดประชุม/สัมมนา การพบปะสื่อมวลชนท้องถิ่น และการส่งจดหมายแจ้งผู้ที่เกี่ยวข้อง ฯลฯ

“พลังงานทดแทนในไทยยังมีศักยภาพสูงหลายด้าน และพร้อมส่งเสริมตามแผน AEDP”

ก.พลังงาน เผยข่าวดีภาคเอกชนสนใจลงทุนผลิตไฟฟ้าจากกระแสน้ำ ซึ่งเป็นพลังงานทดแทนรูปแบบใหม่ที่คาดว่าจะมีศักยภาพในหลายพื้นที่ ย้ำศักยภาพพลังงานทดแทนในไทยยังมีเหลือ และพร้อมส่งเสริมรอบด้านตามแผน AEDP

​นายสราวุธ แก้วตาทิพย์ ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ ในฐานะรองโฆษกกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า นอกจากกลุ่มพลังงานทดแทนหลัก ๆ อาทิ แสงอาทิตย์ ลม ชีวมวล ก๊าซชีวภาพ ที่ประเทศไทยมีศักยภาพ และได้พัฒนาจนถือได้ว่า อยู่ลำดับต้นๆ ของกลุ่มประเทศในระดับอาเซี่ยนแล้วนั้น กระทรวงพลังงานพบว่า ขณะนี้ได้มีผู้ประกอบการภาคเอกชนได้สนใจและเริ่มลงทุน การผลิตไฟฟ้าจากกระแสน้ำ (Hydro kinetic electrical generation system) ซึ่งเป็นเทคโนโลยพลังงานทดแทนที่ใช้กังหันน้ำสร้างพลังงานจากการเคลื่อนไหวของน้ำ โดยแรงดันของน้ำจะส่งผลให้ใบพัดกังหันหมุน ซึ่งหากกระแสน้ำไหลแรงเท่าไร แรงหมุนของใบพัดก็จะแรงขึ้น โดยการหมุนของใบพัดดังกล่าวจะทำให้เกิดพลังงานไฟฟ้า
​ทั้งนี้ เทคโนโลยีการผลิตไฟฟ้าจากกระแสน้ำนี้ เป็นเทคโนโลยีที่ไม่มีความซับซ้อน ซึ่งขณะนี้ได้มีภาคเอกชน ได้ประยุกต์และเริ่มทดลองลงทุนติดตั้งระบบไว้แล้ว 2 จุด ประกอบด้วย ในบริเวณแพกลางแม่น้ำ จ.หนองคาย และในทะเล ที่พัทยา จ.ชลบุรี เป็นโครงการนำร่อง ขนาดกำลังผลิตประมาณ 330 กิโลวัตต์ โดยถือเป็นพลังงานทดแทนที่สร้างขึ้นจากการไหลของแม่น้ำในธรรมชาติ ซึ่งโดยปกติเทคโนโลยีนี้ ต้องการการไหลของน้ำอยู่ที่ 2.2 เมตรต่อวินาที และการผลิตพลังงานทดแทนจากกระแสน้ำนี้ จะสามารถผลิตพลังงานได้คงที่ และอาจจะผลิตได้ตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อลดข้อจำกัดของพลังงานทดแทน ซึ่งปัจจุบันต่อ 1 เมกะวัตต์ จะต้องลงทุนประมาณ 300- 350 ล้านบาท จึงจำเป็นต้องมีการศึกษาถึงความคุ้มค่าในอนาคตต่อไป

สัมภาษณ์ ดร.อารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงพลังงาน “ผลิตไฟฟ้า พัฒนาเศรษฐกิจ ต้องหมั่นคิดให้รอบด้าน”

สกู๊ปสารคดีสั้น 2 นาที ชุด “เศรษฐกิจเดินหน้า ไฟฟ้ามั่นคง ส่งผลยั่งยืน” ตอน “ผลิตไฟฟ้า พัฒนาเศรษฐกิจ ต้องหมั่นคิดให้รอบด้าน” สัมภาษณ์ ดร.อารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงพลังงาน ออกอากาศในรายการ “เจาะประเด็นข่าวค่ำ”

ปลัดกระทรวงพลังงานของไทยประชุมร่วมกับปลัดกระทรวงพลังงานและไฟฟ้าของเมียนมาร์

ปลัดกระทรวงพลังงาน (ดร.อารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม)เป็นประธานการประชุม The 4th Myanmar-Thailand Joint Working Committee Meeting on Electric Power Cooperation และ The 2nd Joint Working Committee Meeting on Energy Cooperation โดยมี U Htein Lwin ปลัดกระทรวงพลังงานและไฟฟ้าของเมียนมาร์เป็นประธานร่วม โดยหารือโอกาสในการลงทุน/ความร่วมมือทางด้านโรงไฟฟ้าพลังน้ำ การเชื่อมโยงโครงข่ายสายส่งพลังงาน/ปิโตรเลียม การพัฒนาบุคลากร เพื่อส่งเสริมความมั่นคงด้านพลังงานของทั้งสองประเทศและในภูมิภาคนี้ ณ กระทรวงพลังงาน เมื่อเช้าวันที่ 10 มิถุนายน 2559

 

ปลัดกระทรวงพลังงาน พร้อมทั้งคณะเจ้าหน้าที่กระทรวงพลังงานร่วมลงนามถวายพระพร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

 

วันนี้ (2 มิถุนายน 2559) ดร.อารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงพลังงาน พร้อมทั้งคณะเจ้าหน้าที่กระทรวงพลังงานร่วมลงนามถวายพระพร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ณ ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง ให้พระองค์ทรงมีพระพลานามัยสมบูรณ์แข็งแรง ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงมีต่อประเทศชาติและปวงชนชาวไทยอย่างหาที่สุดมิได้

“พลังงาน” เร่งผลักดันมาตรการ Building Energy Code หวังเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานในอาคารอย่างยั่งยืน


 

“พลังงาน” เร่งผลักดันมาตรการ Building Energy Code
หวังเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานในอาคารอย่างยั่งยืน (เพิ่มเติม…)

“พลังงาน” และ “วช.” จัดพิธีปิดตลาดเพลินพลังงาน งานวิจัยขายได้ อย่างเป็นทางการ เผยยอดรายได้ตลอดการจัดงานกว่า 24 ล้านบาท ยอดประชาชนเที่ยวชมงานกว่า 5 หมื่นคน

“พลังงาน” และ “วช.” จัดพิธีปิดตลาดเพลินพลังงาน งานวิจัยขายได้ อย่างเป็นทางการ  เผยยอดรายได้ตลอดการจัดงานกว่า 24 ล้านบาท ยอดประชาชนเที่ยวชมงานกว่า 5 หมื่นคน พร้อมจัด MOU ต่อยอดงานวิจัยแก้ไขปัญหาขยะและกระตุ้นการลงทุนด้านพลังงานปิดท้าย ก่อนส่งป้ายต่อให้ “ก.ศึกษา” เป็นเจ้าภาพจัดงานต่อไป (เพิ่มเติม…)

การประชุมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง ยุทธศาสตร์การส่งเสริมการค้าการลงทุนด้านพลังงาน

การประชุมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง ยุทธศาสตร์การส่งเสริมการค้าการลงทุนด้านพลังงาน

สำนักความร่วมมือระหว่างประเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงพลังงาน ได้จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง ยุทธศาสตร์การส่งเสริมการค้าการลงทุนด้านพลังงาน ของศูนย์ความร่วมมือด้านพลังงานระหว่างประเทศ โดยมีนายชวลิต พิชาลัย รองปลัดกระทรวงพลังงาน เป็นประธานกล่าวเปิดงาน (เพิ่มเติม…)

ผู้แทนกระทรวงพลังงาน ร่วมงานวันชาติรัฐกาตาร์

เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2558 พลเอก อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้มอบหมายให้ พลเอก สุรศักดิ์ ศรีศักดิ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน   เป็นผู้แทนของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เข้าร่วมแสดงความยินดีในโอกาสเฉลิมฉลองวันสถาปนาหรือวันชาติของรัฐกาตาร์ ครบรอบ 147 ปี นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2411 (ค.ศ. 1868)

(เพิ่มเติม…)

ปลัด กระทรวงพลังงานยืนยัน ครม. รับทราบการดำเนินงานชี้แจงทำความเข้าใจของกระทรวงพลังงาน

ปลัดกระทรวงพลังงานยืนยัน ครม. รับทราบการดำเนินงานชี้แจงทำความเข้าใจของกระทรวงพลังงานชี้ให้นำความเห็นจากการหารือส่งให้คณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณาก่อนนำเสนอ สนช. ต่อไป

ปลัดกระทรวงพลังงานยืนยันว่า เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2558 คณะรัฐมนตรี (ครม.) รับทราบการดำเนินงานตามมติเมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2558 ที่ให้กระทรวงพลังงานชี้แจงทำความเข้าใจกับ คณะกรรมการวิสามัญศึกษาปัญหาการบังคับใช้พระราชบัญญัติปิโตรเลียม พ.ศ. 2514 และพระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514  สภานิติบัญญัติแห่งชาติ และเพื่อให้เกิดความรอบคอบ ครอบคลุม  และครบถ้วนทางด้านกฎหมาย ที่ประชุมจึงมีมติให้คณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณาในรายละเอียด  ก่อนเสนอ สนช. ออกเป็นกฎหมายต่อไป

(เพิ่มเติม…)

ดร.คุรุจิต นาครทรรพ ปลัดกระทรวงพลังงาน พร้อมผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ ร่วมกิจกรรม Bike For Mom

วันนี้ 16 สิงหาคม 2558 ดร.คุรุจิต นาครทรรพ ปลัดกระทรวงพลังงาน พร้อมผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ ร่วมกิจกรรม Bike For Mom ปั่นเพื่อแม่กิจกรรมปั่นจักรยานเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ

อ่านต่อคลิก

 

 

 

 

 

Page 3 of 3
1 2 3