ขอเชิญชวนข้าราชการและประชาชนทั่วประเทศร่วมลงนามถวายสัตย์ปฏิญาณฯ ออนไลน์

ขอเชิญชวนข้าราชการและประชาชนทั่วประเทศ ร่วมลงนามถวายสัตย์ปฏิญาณเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา
พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว
๖๗ พรรษา ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๖๒

ร่วมลงนามถวายสัตย์ปฏิญาณฯ ได้ที่ https://web.ocsc.go.th/forking/

สปอตโฆษณา ภายใต้แผนรณรงค์ประชาสัมพันธ์ “ไม่ขี้โกง คนดีที่ไทยต้องการ”

ให้โอกาส คนไม่ขี้โกง คนดีที่ไทยต้องการ

ให้การสนับสนุน คนไม่ขี้โกง คนดีที่ไทยต้องการ

ให้การยกย่อง คนไม่ขี้โกง คนดีที่ไทยต้องการ

อาเซียนกับการเป็นผู้นำระดับภูมิภาคด้านระบบพลังงานต่อการเปลี่ยนแปลงสู่อนาคต

ก.พลังงาน จับมือ World Economic Forum ชูบทบาทอาเซียนพร้อมเป็นผู้นำระดับภูมิภาคด้านระบบพลังงานต่อการเปลี่ยนแปลงสู่อนาคตแจงข่าวดี ไทยได้เลื่อนลำดับประเทศที่มีความพร้อมสู่ระบบพลังงานในอนาคตเกินค่ามาตรฐานโลก

วันนี้ (25 มี.ค. 2562) ดร.ศิริ จิระพงษ์พันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน และ Mr.Roberto Bocca, Head of Future of Energy and Materials, Member of the Executive Committee, World Economic Forum (นายโรแบรโต้ บาคคา ประธานด้านพลังงานและผลิตภัณฑ์แห่งอนาคตและกรรมการบริหารสภาเศรษฐกิจโลก) ร่วมกันแถลงข่าว “อาเซียนกับการเป็นผู้นำระดับภูมิภาคด้านระบบพลังงานต่อการเปลี่ยนแปลงสู่อนาคต” ณ ศูนย์เอ็นเนอร์ยี่คอมเพล็กซ์ ชั้น 6 อาคารซี ถนนวิภาวดี กรุงเทพฯ

ดร.ศิริ จิระพงษ์พันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า จากผลการสรุปภาพรวมรายงานประจำปี (Global Energy Transitions Index 2019) ของ World Economic Forum (WEF) หรือสภาเศรษฐกิจโลก เรื่องการสนับสนุนระบบพลังงานต่อการเปลี่ยนแปลงสู่อนาคตอย่างมีประสิทธิภาพ โดยผลสรุปรายงานฯ นี้ จะเป็นการวัดความพร้อมของระบบพลังงานต่อการเปลี่ยนแปลงสู่อนาคต โดยในปี 2562 มีการจัดลำดับทั้งหมด 115 ประเทศทั่วโลก และเป็นที่น่ายินดีเป็นอย่างยิ่งว่า ประเทศไทยได้รับการจัดลำดับที่ดีเพิ่มขึ้นถึง 3 ลำดับ โดยมาอยู่ที่ลำดับที่ 51 จากเดิมลำดับที่ 54 ในปี 2561 ที่ผ่านมา ซึ่งการเลื่อนลำดับดังกล่าว เป็นผลสืบเนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นของการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ความมั่นคงและการเข้าถึงพลังงาน และความยั่งยืนทางสิ่งแวดล้อม โดยประเทศไทย ยังมีคะแนนด้านประสิทธิภาพของระบบพลังงาน และความพร้อมสู่ระบบพลังงานในอนาคตเกินกว่าค่ามาตรฐานโลกอีกด้วย

ทั้งนี้ การจัดลำดับในรายงานของ WEF ครั้งนี้ ถือเป็นการวัดด้านประสิทธิภาพของระบบพลังงาน มีผลวิเคราะห์ข้อมูลที่ตรวจสอบอ้างอิงได้ โดยที่ผู้กำหนดนโยบายสามารถนำข้อมูลไปเพิ่มประสิทธิภาพของระบบพลังงานของประเทศได้ โดยลำดับ 1 – 5 ของประเทศที่มีความพร้อมของระบบพลังงานต่อการเปลี่ยนแปลงสู่อนาคต ได้แก่ ประเทศสวีเดน รองลงมาได้แก่ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ นอร์เวย์ ฟินแลนด์ และเดนมาร์ก ตามลำดับ

Mr.Roberto Bocca กล่าวว่า World Economic Forum เชื่อมั่นว่า ชาติในอาเซียนจะมีบทบาทสำคัญต่อการเป็นผู้นำระดับภูมิภาคด้านระบบพลังงานต่อการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในอนาคต และจะเป็นชาติที่มีความพร้อมในการปฏิบัติการดังกล่าวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยการริเริ่มแนวทางการกำหนดนโยบายพลังงานในรูปแบบใหม่ๆ และการหาพันธมิตรความร่วมมือทางพลังงาน จะเป็นแก่นสำคัญของการรับมือความท้าทายทางพลังงานของอาเซียน เนื่องจากจะไม่มีประเทศใดประเทศหนึ่งที่ระบบพลังงานจะพร้อมต่อการเปลี่ยนแปลงสู่อนาคตได้เพียงประเทศเดียว และถือได้ว่าชาติในอาเซียน อยู่ในตำแหน่งที่ดีที่แสดงความเป็นผู้นำในการผลักดันกลยุทธ์ระดับประเทศและระดับภูมิภาคอย่างมีประสิทธิภาพ

โดยภายใต้การเป็นประธานอาเซียนของประเทศไทย ในปี 2562 นี้ World Economic Forum พร้อมจะให้
การสนับสนุนแผนพัฒนาความพร้อมสู่ระบบพลังงานในอนาคตของอาเซียน โดยจะได้ใช้ประโยชน์จากดัชนีวัดความพร้อมของระบบพลังงานของประเทศต่อการเปลี่ยนแปลงสู่อนาคต ควบคู่ไปกับความร่วมมือด้านพลังงานผ่านเวทีของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้ชาติในอาเซียน รองรับความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในอนาคตต่อไป

สปอตโฆษณา ภายใต้แผนรณรงค์ประชาสัมพันธ์ “ไม่ยอม ไม่ทน ไม่เฉย รวมพลังคนไทยไม่โกง”

"ไม่ยอม ไม่ทน ไม่เฉย รวมพลังคนไทยไม่โกง" ตอน แซงคิว

"ไม่ยอม ไม่ทน ไม่เฉย รวมพลังคนไทยไม่โกง" ตอน หัวหน้าพาโกง

"ไม่ยอม ไม่ทน ไม่เฉย รวมพลังคนไทยไม่โกง" ตอน ซื้อสิทธิ ขายเสียง

"ไม่ยอม ไม่ทน ไม่เฉย รวมพลังคนไทยไม่โกง" ตอน คุณว่าใครชนะ

"ไม่ยอม ไม่ทน ไม่เฉย รวมพลังคนไทยไม่โกง" ตอน การบ้าน

Motion Graphic หลักสูตรต้านทุจริต..ปลุกจิตสำนึกคนไทยไม่โกง

Motion Graphic เกมโกง สังเวียนทุจริต

Motion Graphic โรคปิดหูปิดตาปิดปาก

รัฐสภาไทยเป็นเจ้าภาพการประชุม AIPA (ASEAN Inter-Parliamentary Assembly – AIPA) ในปี 2562

รัฐสภาไทยเป็นเจ้าภาพการประชุม AIPA ปี ๒๕๖๒

ด้วยรัฐสภาจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมภายใต้กรอบสมัชชารัฐสภาอาเซียน (ASEAN Inter-Parliamentary Assembly – AIPA) ในปี 2562 ประกอบด้วย  (เพิ่มเติม…)

กระทรวงพลังงาน ขอเชิญร่วมชมนิทรรศการ และรับฟังความรู้เรื่อง “บ้านรักษ์พลังงาน” ณ งานอุ่นไอรัก คลายความหนาว “สายน้ำแห่งรัตนโกสินทร์” ระหว่างวันที่ 9 ธันวาคม 2561 ถึงวันที่ 19 มกราคม 2562

จากพระราชปณิธานที่หมายมั่นของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่จะสืบสาน รักษา ต่อยอดพระราชกรณียกิจของสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราช ที่จะทรงบำบัดทุกข์ บำรุงสุข ให้กับอาณาประชาราษฎร์ ให้อยู่รอดปลอดภัยจากภยันตรายนานัปการ มีผืนแผ่นดินให้ประชาราษฏร์ได้อยู่อาศัย และดำเนินวิถีชีวิตอย่างมีความสุข จึงได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม  ให้หน่วยงานราชการในพระองค์ฯ หน่วยงานทั้งภาครัฐ และเอกชน จัดงานพระราชทานความสุข ความรื่นเริงให้กับประชาชน ภายใต้ชื่องานว่า “อุ่นไอรัก คลายความหนาว สายน้ำแห่งรัตนโกสินทร์ ขึ้น ระหว่างวันที่ 9 ธันวาคม 2561 ถึงวันที่ 19 มกราคม 2562 ณ พระลานพระราชวังดุสิต และสนามเสือป่า เพื่อเผยแพร่ความรู้ ความงดงามของความเป็นไทย ช่วยกันอนุรักษ์ ฟื้นฟู และเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมประเพณีไทย ภายในงานประชาชนจะได้สัมผัสกับบรรยากาศย้อนยุค ร่มรื่นด้วยต้นไม้นานานาพันธุ์ และความฉ่ำเย็นแห่งสายน้ำ

ทั้งนี้ กระทรวงพลังงาน ร่วมกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของงานอุ่นไอรัก คลายความหนาว “สายน้ำแห่งรัตนโกสินทร์” ครั้งนี้  โดยได้ดำเนินการจัดนิทรรศการ “บ้านรักษ์พลังงาน” ที่มีแนวคิดเป็น บ้านของคนรุ่นใหม่ หัวใจสีเขียว และเป็นบ้านที่ผ่านการออกแบบเพื่อการประหยัดพลังงาน ตั้งแต่โครงสร้างและวัสดุ เครื่องใช้ไฟฟ้าประหยัดพลังงาน รวมถึงมีการใช้พลังงานทดแทนภายในบ้าน และการใช้ระบบบำบัดน้ำเพื่อการอนุรักษ์พลังงาน และสิ่งแวดล้อม

รายละเอียดสำคัญๆ ภายในนิทรรศการ “บ้านรักษ์พลังงาน” ณ งานอุ่นไอรัก ฯ ครั้งนี้ ได้แก่ ส่วนโครงสร้างและวัสดุ ผนัง จะใช้อิฐมวลเบาประหยัดพลังงานเบอร์ 5 ฉาบปูนและทาสีอ่อนเพื่อช่วยลดความร้อน กระจก เป็นกระจกโฟลตสีตัดแสงพร้อมติดฟิล์มกรองแสงอาคาร ฝ้าใช้ใช้ยิปชั่มบอร์ดฉาบเรียบทาสี บุฉนวนใยแก้วกันความร้อน ซึ่งวัสุดทั้งหมดจะมีฉลากประสิทธิภาพสูงจากกระทรวงพลังงานรับรองว่าใช้แล้วช่วยประหยัดพลังงานแน่นอน

เครื่องใช้ไฟฟ้าทั้งหมดภายในบ้าน จะมีฉลากประหยัดไฟฟ้าเบอร์ 5 ช่วยประหยัดค่าไฟฟ้าให้ผู้อยู่อาศัย บนหลังคาบ้านจะมีการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ เพื่อเปลี่ยนพลังงานแสงอาทิตย์เป็นพลังงานไฟฟ้า ซึ่งจะช่วยแบ่งเบาการใช้ไฟฟ้าภายในบ้านได้ รวมไปถึงน้ำเสียที่ใช้แล้วภายในบ้านรักษ์พลังงานแห่งนี้ ยังผ่านระบบบำบัดน้ำ ที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ในโถสุขภัณฑ์และยังสามารถนำกลับมารดน้ำต้นไม้โดยรอบบ้านได้ด้วย

กระทรวงพลังงาน จึงจะขอเชิญชวน ประชาชนที่เข้าร่วมงานอุ่นไอรักฯ  ครั้งนี้ ได้มาร่วมเยี่ยมชม และรับฟังความรู้เรื่องบ้านรักษ์พลังงานแห่งนี้  ซึ่งจะช่วยให้เป็นต้นแบบ  ตัวอย่างของบ้านที่สามารถลดการใช้ไฟฟ้า ลดการใช้น้ำ และยังจะช่วยประหยัดค่าไฟฟ้าของผู้อยู่อาศัย แถมยังช่วยลดโลกร้อนได้อีกด้วย

 

โครงการส่งเสริมและพัฒนาก๊าซชีวภาพเพื่อใช้ในชุมชน ได้รับรางวัล “ภาครัฐ เพื่อประชาชน : Good Governance for Better Life”

เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2561 ณ อาคารอิมแพ็ค ฟอรั่ม เมืองทองธานี สำนักงานปลัดกระทรวงพลังงาน นำโดย นายวารีย์ กิ่งไทร ผู้แทนสำนักงานพลังงานจังหวัดลพบุรี นายพิรัฐ อินพานิช ผู้แทนสำนักส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน นายเฉลิมชัย กันหา กรรมการกลุ่มผู้ใช้แก๊สท่าดินดำ และนางสาวนิภาพร เพียเฮียง ผู้แทน อบต.ท่าดินดำ ขึ้นรับรางวัลสัมฤทธิผลประชาชนมีส่วนร่วม (Effective Change) ระดับชมเชย จากนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ในงานสัมมนาวิชาการและมอบรางวัลเลิศรัฐ ประจำปี พ.ศ. 2561 “ภาครัฐ เพื่อประชาชน : Good Governance for Better Life”

โดยเป็นผลงานจาก “โครงการส่งเสริมและพัฒนาก๊าซชีวภาพเพื่อใช้ในชุมชน ตำบลท่าดินดำ อำเภอชัยบาดาล จังหวัดลพบุรี” ด้วยความร่วมมือของภาครัฐและภาคประชาชน ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของสำนักงานปลัดกระทรวงพลังงานในการสร้างการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนเพื่อการพัฒนาพลังงานทดแทนเพื่อความมั่นคงและยั่งยืนด้านพลังงาน

พพ. จัดกิจกรรมเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ครบ 66 พรรษา

กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) จัดกิจกรรมเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ครบ 66 พรรษา

โดยมี นายธรรมยศ ศรีช่วย ปลัดกระทรวงพลังงาน นายประพนธ์ วงษ์ท่าเรือ อธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน พร้อมคณะผู้บริหาร ข้าราชการ พพ. ร่วมถวายภัตตาหารเพล พร้อมเครื่องไทยธรรมแด่พระภิกษุ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2561 ณ โรงพยาบาลสงฆ์ อาคารมูลนิธิ ชั้น 2 ห้อง 3

กระทรวงพลังงาน จัดโครงการสาธารณะประโยชน์ “ทำดีด้วยหัวใจ จากใจชาว สนพ.”

วันที่ 17 ก.ค. 61 ดร.ทวารัฐ สูตะบุตร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กระทรวงพลังงาน จัดโครงการสาธารณะประโยชน์ “ทำดีด้วยหัวใจ จากใจชาว สนพ.” เฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 66 พรรษา 28 กรกฎาคม 2561 ณ โรงเรียนกิ่งเพชร เขตราชเทวี กรุงเทพฯ

โดย สนพ. ได้จัดกิจกรรมให้ความรู้ด้านการประหยัดพลังงานแก่นักเรียน พร้อมทั้งมอบหลอดไฟ LED สื่อประชาสัมพันธ์ และสื่อการเรียนการสอนด้านพลังงานให้โรงเรียนได้ใช้ประโยชน์ในการศึกษา โดยได้ร่วมกันติดตั้งหลอดไฟ LED ที่บริเวณห้องประชุมและห้องสมุด และเยี่ยมชมการเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่นำสื่อการเรียนการสอน ของ สนพ. มาใช้ในการสอน

ในโอกาสนี้ ดร.ทวารัฐ สูตะบุตร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน ได้ร่วมพิธีเปิดงานวิชาการโครงการพัฒนาคุณภาพเครือข่ายโรงเรียน เครือข่ายโรงเรียนที่ 10 ประจำปีการศึกษา 2561 โดยมี นายธีรยุทธ ภูมิศักดิ์ ผู้อำนวยการเขตราชเทวี เป็นประธาน และมีนายทวีศักดิ์ น้อยดี ผู้อำนวยการโรงเรียนกิ่งเพชร ให้การต้อนรับ

ปลัดกระทรวงพลังงาน เป็นประธานในกิจกรรม “จิตอาสา พพ. เราทำความดี ด้วยหัวใจ”

นายธรรมยศ ศรีช่วย ปลัดกระทรวงพลังงาน เป็นประธานในกิจกรรม “จิตอาสา พพ. เราทำความดี ด้วยหัวใจ” เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในวโรกาสวันเฉลิมพระช นมพรรษาสมเด็จพระเจ้าอยู่หั ว มหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ครบ 66 พรรษา

โดยมีคณะผู้บริหารระดับสูง นายยงยุทธ จันทโรทัย รองปลัดกระทรวงพลังงาน และนายประพนธ์ วงษ์ท่าเรือ อธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทน และอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) ผู้แทนจากชุมชนใกล้เคียงบริ เวณเชิงสะพานกษัตริย์ศึก สื่อมวลชน เข้าร่วมกิจกรรมนี้ด้วย

โดยในช่วงเช้ามีการใส่บาตรอ าหารแห้งแด่พระภิกษุสงฆ์ พร้อมกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์  โดยคณะผู้บริหารและเจ้าหน้า ที่ พพ. และหน่วยงานชุมชนใกล้เคียงก ว่า 150 คน จะแบ่งกลุ่มทำความสะอาดใน 3 พื้นที่ ได้แก่ ตลาดชุมชนชาวชูชีพ วัดชำนิหัตถการ และวัดสระบัว รวมทั้งได้ร่วมกันเปลี่ยนหล อดไฟในชุมชน ให้เป็นหลอดไฟประหยัดพลังงา น ถือเป็นการรวมพลังระหว่างชุ มชนและภาครัฐเพื่อสร้างประโ ยชน์ให้แก่ชุมชนอย่างแท้จริ ง

ไม่ยอม ไม่ทน ไม่เฉย รวมพลังคนไทยไม่โกง

“EN-Camp” การสร้างความเข้าใจและส่งเสริมทัศนคติเพื่อการเรียนรู้ด้านพลังงานทางเลือกสำหรับเยาวชนในพื้นที่จังหวัดยุทธศาสตร์

ประกาศรายชื่อเยาวชนที่มีผลงานดีเด่น โครงการ “การสร้างความเข้าใจและส่งเสริมทัศนคติเพื่อการเรียนรู้ด้านพลังงานทางเลือกสำหรับเยาวชนในพื้นที่จังหวัดยุทธศาสตร์ “EN-Camp”

Download (PDF, 593KB)

กระทรวงพลังงาน ยุคดิจิทัลไลฟ์ เปิดประสบการณ์ รู้เท่าทัน พลังงาน 4.0 ยอดดาวน์แอปฯ ตอบโจทย์คนไทย

กระทรวงพลังงาน เปิดประสบการณ์ใหม่ให้คนไทยได้รับรู้ข่าวสารและความรู้ด้านพลังงาน ได้รวดเร็ว ทันเหตุการณ์ ในยุค4.0 กับการเปิดตัวแอปพลิเคชั่นใหม่ “กระทรวงพลังงาน” บนอุปกรณ์เครื่องมือสื่อสารผ่านระบบปฏิบัติการ iOS – Android ที่เข้าถึงข้อมูลการแจ้งเตือนการเปลี่ยนแปลงราคาน้ำมัน ปริมาณการใช้ไฟฟ้า ทั้งประเทศแบบ Real time สถานการณ์พลังงานไฟ้า สินค้าพลังงานต่างๆ ข่าวสารเรื่องเด่นประเด็นร้อน เพิ่มพื้นที่สนุกๆ ด้วยกิจกรรมตอบคำถามชิงรางวัลพิเศษทุกเดือน

iOS ดาวน์โหลดที่นี่
Android ดาวน์โหลดที่นี่

นิทรรศการเสมือนจริง “เย็นศิระเพราะพระบริบาล”

เลือนประกาศรายชื่อนักเรียนที่สมัครโครงการ EN-Camp

กองศึกษาและประสานงานพลังงานนิวเคลียร์ ขอเลื่อนประกาศรายชื่อนักเรียนที่ สมัครโครงการ “สร้างความเข้าใจและส่งเสริมทัศนคติเพื่อการเรียนรู้ด้านพลังงานทางเลือกสำหรับเยาวชนในพื้นที่จังหวัดยุทธศาสตร์ (EN-Camp) ” จากเดิมวันศุกร์ที่ 16 ตุลาคม 2560 เป็นวันอังคารที่ 24 ตุลาคม 2560 ขออภัยในความไม่สะดวกมา ณ ที่นี้ด้วย

กระทรวงพลังงาน นำสื่อมวลชนเยี่ยมชมโครงการวิสาหกิจชุมชนตำบลดอนตูม จ.นครปฐม

สำนักงานพลังงานจังหวัดนครปฐม กระทรวงพลังงาน นำสื่อมวลชนเยี่ยมชมโครงการวิสาหกิจชุมชนตำบลดอนตูม พร้อมยกเป็นตัวอย่างชุมชนที่ประสบผลสำเร็จจากโครงการติดตั้งใช้งานระบบอบแห้งพลังงานแสงอาทิตย์ ชี้ชุมชนสามารถผลิต มะเขือเทศแช่อิ่มอบแห้งเป็นผลิตภัณฑ์หลัก ที่สามารถลดรายจ่ายค่าพลังงาน และสร้างรายได้ให้ชุมชนอย่างยั่งยืน

จังหวัดนครปฐม (11 สิงหาคม 2560) นายวาทินทร์ ทองแก้ว พลังงานจังหวัดนครปฐม กระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า สำนักงานพลังงานจังหวัดนครปฐม ได้นำสื่อมวลชนในพื้นที่ เข้าเยี่ยมชมโครงการวิสาหกิจชุมชนตำบลดอนตูม ซึ่งมีการผลิต มะเขือเทศอบแห้งด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ ณ ตำบลดอนตูม อำเภอบางเลน จังหวัดนครปฐม ซึ่งเป็นโครงการสำคัญที่ชุมชน ฯ ได้รับการสนับสนุนการลงทุนติดตั้งใช้งานระบบอบแห้งพลังงานแสงอาทิตย์ จากกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) ซึ่งโครงการ ฯ นี้ถือเป็นโครงการสำคัญตามแผนพัฒนาพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก หรือ AEDP

ทั้งนี้ วิสาหกิจชุมชนตำบลดอนตูมแห่งนี้ ได้เข้าร่วมโครงการจากกรม พพ. ดังกล่าว ในปี 2555 และได้ติดตั้งใช้งานระบบอบแห้งพลังงานแสงอาทิตย์ และผลิตมะเขือเทศแช่อิ่มอบแห้ง ซึ่งถือเป็นผลิตภัณฑ์หลักในชุมชน โดยได้รับระบบอบแห้งพลังงานแสงอาทิตย์ พพ.3 ขนาด 166.4 ตารางเมตร ซึ่งช่วยให้การผลิตมะเขือเทศแช่อิ่มอบแห้ง มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น จากเดิมที่ตากโดยวิธีธรรมชาติ โดยช่วยให้ชุมชนสามารถเพิ่มปริมาณการผลิตด้วยวัตถุดิบได้สูงถึง 84 ตันต่อปี มูลค่าผลประหยัดค่าเชื้อเพลิงที่ได้ เพื่อทดแทนการใช้ก๊าซหุงต้ม ช่วยทำให้ประหยัดค่าเชื้อเพลิงได้ 31,915 บาทต่อปี รวมทั้งมูลค่าลดค่าใช้จ่ายค่าแรงงานด้านการอบแห้ง 50,400 บาทต่อปี

นายวาทินทร์ กล่าวเพิ่มว่า ผลประโยชน์ที่ได้รับจากโครงการฯ นี้ สำนักงานพลังงานจังหวัดนครปฐม เชื่อว่าจะช่วยสามารถช่วยลดรายจ่ายสร้างรายได้ในครัวเรือนได้อย่างยั่งยืน เพราะชุมชนจะสามารถใช้ระบบอบแห้งจากพลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งเป็นการใช้ประโยชน์จากพลังงานทดแทนได้ เกิดการลดการใช้ก๊าซหุงต้มลง โดยใช้พลังงานทดแทนที่มีอยู่ได้อย่างคุ้มค่า ชุมชนจะมีทางเลือกใหม่ในการอบแห้งมะเขือเทศ สร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ผลิตภัณฑ์ ลดต้นทุนในการผลิต และที่สำคัญ โครงการฯ นี้ จะสามารถสร้างรายได้จากผลิตภัณฑ์ที่ผลิตได้ภายในชุมชน สร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนในการดูแลและบริหารจัดการทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อไป

กิจกรรมสื่อมวลชนสัญจร@นครปฐม “มีพลังงาน มีความสุข”

กิจกรรมประกวดวาดภาพเทิดพระเกียรติฯ ปีที่ 5 ในหัวข้อ “มีพลังงาน มีความสุข”

ขอเชิญทุกท่านส่งภาพวาดเข้าประกวด กิจกรรมประกวดวาดภาพเทิดพระเกียรติฯ ปีที่ 5 ในหัวข้อ “มีพลังงาน มีความสุข” สามารถอ่านรายละเอียดการส่งเข้าประกวดจากโปสเตอร์ และสามารถดาวน์โหลดใบสมัครเข้าร่วมโครงการได้ที่นี่ … ใบสมัคร
โดยการส่งผลงานเข้าร่วมโครงการได้ตั้งแต่บัดนี้ – วันที่ 30 กันยายน 2560 โดยสามารถส่งผลงานได้ที่พิพิธภัณฑ์ศิลปะไทยร่วมสมัย MOCA
ถนนวิภาวดีรังสิต หรือทางไปรษณีย์ ตู้ ปณ.47 ปณฝ.สายไหม กทม. 10224 โดยจะ (ถือวันประทับตราไปรษณีย์เป็นสำคัญ)

กระทรวงพลังงานนำคณะสื่อมวลชนในพื้นที่จังหวัดสมุทรสงคราม ร่วมศึกษาดูงานวิสาหกิจชุมชนกลุ่มแป้งร่ำ ตำบลบางนางลี่ อำเภออัมพวา และศูนย์เรียนรู้เพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจพอเพียงบ้านสารภี อำเภอบางคนที จังหวัดสมุทรสงคราม

สำนักงานพลังงานจังหวัดสมุทรสงคราม นำคณะสื่อมวลชนในพื้นที่จังหวัดสมุทรสงคราม ร่วมศึกษาดูงานวิสาหกิจชุมชนกลุ่มแป้งร่ำ ตำบลบางนางลี่ อำเภออัมพวา และศูนย์เรียนรู้เพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจพอเพียงบ้านสารภี อำเภอบางคนที จังหวัดสมุทรสงคราม ส่งเสริมพลังงานทดแทนเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ สร้างรายได้ ลดรายจ่ายในท้องถิ่น และการส่งเสริมองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีพลังงานทดแทนต่อยอดสู่การบริหารจัดการพลังงานในชุมชนอย่างครบวงจร เพื่อสร้างความมั่นคงด้านพลังงานในชุมชนอย่างยั่งยืน

​จังหวัดสมุทรสงคราม-วันนี้( 3 กรกฎาคม 2560) ว่าที่ร้อยเอกศตวรรธน์ ดุษฎีเสนีย์ พลังงานจังหวัดสมุทรสงคราม เปิดเผยว่า โครงการส่งเสริมพลังงานทดแทนในชุมชนของวิสาหกิจชุมชนกลุ่มแป้งร่ำ ตำบลบางนางลี่ อำเภออัมพวา และศูนย์เรียนรู้เพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจพอเพียงบ้านสารภี ตำบลจอมปลวก อำเภอบางคนที จังหวัดสมุทรสงคราม ถือเป็นโครงการที่สำนักงานพลังงานจังหวัดสมุทรสงคราม กระทรวงพลังงาน ได้ดำเนินการต่อยอดตามนโยบายกระทรวงพลังงานที่ต้องการสนับสนุนการใช้พลังงานทดแทนในชุมชน เพื่อยกระดับให้ชุนชนเป็นชุมชนบริหารจัดการตนเองด้านพลังงานอย่างครบวงจร
โดยในกลุ่มของวิสาหกิจชุมชนกลุ่มแป้งร่ำ ตำบลบางนางลี่ อำเภออัมพวา เป็นกลุ่มที่นำผลิตภัณฑ์จากเกลือจืดมาแปรรูปเป็นผลผลิตภัณฑ์แป้งร่ำ และต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์อื่นๆ ได้แก่ แป้งพอกหน้า แป้งขัดผิว แป้งแต้มสิว และแป้งหอมพฤกษาพรรณ เป็นต้น ซึ่งในการผลิตสินค้าต่างๆ ทางชุมชนจะประสบปัญหาเรื่องมาตรฐานผลิตภัณฑ์ และใช้เวลานานในการอบแห้งผลิตภัณฑ์เนื่องจากต้องพึ่งพาแสงแดดจากธรรมชาติ ซึ่งในวันที่ฝนตกก็ไม่สามารถดำเนินการได้ นอกจากนี้ ยังใช้แรงงานจำนวนมากในการผลิตแต่ละครั้ง ทำให้มีต้นทุนสูง ดังนั้น เพื่อเป็นการแก้ปัญหาดังกล่าว กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) จึงได้สนับสนุนโรงอบแห้งพลังงานแสงอาทิตย์ให้กับกลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มแป้งร่ำ จำนวน 2 โรง ขนาด 8.00 เมตรx12.40 เมตร โดยงบประมาณกองทุนส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานจำนวน 1,600,000 บาท ซึ่งภายหลังจากการสนับสนุนเทคโนโลยีดังกล่าวช่วยให้สามารถลดระยะเวลาในขั้นตอนผลิตจาก 4 วัน เหลือเพียง 2 วัน ช่วยลดต้นทุนการผลิต เช่น ค่าใช้จ่ายด้านพลังงานและค่าแรงงาน รวมประมาณ 500,000 บาทต่อปี ที่สำคัญทำให้ผลิตภัณฑ์ได้มาตรฐาน
สร้างมูลค่าเพิ่มผลิตภัณฑ์ และเพิ่มรายได้ให้กับกลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มแป้งร่ำอีกด้วย

พลังงานจังหวัดสมุทรสงคราม กล่าวว่า สำหรับศูนย์เรียนรู้เพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจพอเพียงบ้านสารภีตำบลจอมปลวก อำเภอบางคนที จังหวัดสมุทรสงคราม ถูกพัฒนาขึ้นมาโดยนายสุชล สุขเกษม เกตรกรในพื้นที่อำเภอบางคนทีเพื่อให้เป็นศูนย์การเรียนรู้และถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านเศรษฐกิจพอเพียงและเทคโนโลยีพลังงานชุมชน โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างความรู้และเป็นต้นแบบการพัฒนาอาชีพและคุณภาพชีวิตของคนในชุมชนอย่างครบวงจร ซึ่งทางสำนักงานพลังงานจังหวัดสมุทรสงคราม ได้เล็งเห็นถึงประโยชน์ในการร่วมสร้างองค์ความรู้ด้านพลังงานทดแทนสู่ชุมชน และส่งเสริมให้ชุมชนในพื้นที่สามารถยกระดับเป็นชุมชนบริหารจัดการตนเองด้านพลังงานอย่างครบวงวร จึงได้ร่วมสนับสนุนเทคโนโลยีพลังงาน ประกอบด้วย ตู้อบแห้งพลังงานแสงอาทิตย์ จักรยานสูบน้ำ แผงโซลาร์สำหรับการสูบน้ำ แผงโซลาร์เพื่อการเพิ่มออกซิเจนในน้ำ

เตาเผาถ่าน 200 ลิตรแบบตั้งและนอน เตาชีวมวล เตาเศรษฐกิจ ตลอดจนข่าวสาร เอกสารทางวิชาการด้านเทคโนโลยีพลังงาน และด้านการอนุรักษ์พลังงาน และชุดสาธิตไบโอดีเซลแบบถังกวนเล็ก เป็นต้น เพื่อใช้เป็นต้นแบบในการอบรม และการสาธิต
เป็นองค์ความรู้ให้กับผู้ที่สนใจ ซึ่งปัจจุบันมีชุมชน หน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐ เอกชน และสถาบันการศึกษา ทั้งภายในจังหวัดสมุทรสงคราม และจังหวัดอื่นๆ ให้ความสนใจมาศึกษาดูงานภายในศูนย์เป็นจำนวนมาก เนื่องจากสามารถนำไปต่อยอดพัฒนาคุณภาพชีวิตทั้งในภาคครัวเรือน และชุมชนได้อย่างครบวงจร

กระทรวงพลังงานพาสื่อมวลชนท้องถิ่นดูงานศูนย์การศึกษาพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบน

สำนักงานพลังงานจังหวัดจันทบุรี ติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ ลดค่าใช้จ่ายด้านพลังาน และเพิ่มประชากร ปูม้าไข่ ส่งเสริมการทำประมงชายฝั่ง สร้างความอุดมสมบูรณ์ในศูนย์การศึกษาพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบน

สำนักงานพลังงานจังหวัดจันทบุรี กระทรวงพลังงาน นำคณะสื่อมวลชนในพื้นที่จังหวัดจันทบุรี ร่วมศึกษาดูงาน โครงการส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทนในศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตำบลคลองขุด อำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี ชมศักยภาพพลังงานทดแทนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์และเพิ่มทรัพยากรปูไข่ ในการทำประมงชายฝั่ง สร้างรายได้และความเป็นอยู่ที่ดีอย่างยั่งยืนให้ประชาชนในพื้นที่

จังหวัดจันทบุรี-วันนี้ ( 30 มิถุนายน 2560) นางจันทร์ทิพย์ แสนเขียววงศ์ พลังงานจังหวัดจันทบุรี เปิดเผยว่า โครงการส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทนในศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สำหรับธนาคารปูม้าไข่ เป็นโครงการภายใต้โครงการพลังงานชุมชนเพื่อชุมชนจัดการตนเองด้านพลังงาน ปี 2560 (Block grant) งบประมาณโดยกองทุนส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน จำนวน 840,000 บาท เพื่อดำเนินการสนับสนุนการจัดหาและติดตั้งระบบเติมอากาศในบ่ออนุบาลปูม้าไข่ด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ขนาด 1,500 วัตต์ และอุปกรณ์อื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง จำนวน 4 ระบบ เพื่อการอนุรักษ์และเพิ่มทรัพยากรปูไข่ในการทำประมงชายฝั่ง ในพื้นที่ตำบลท่าใหม่ อำเภอคลองขุด จังหวัดจันทบุรี รวมถึงการสนับสนุนให้เกิดการใช้พลังงานทดแทนในการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่มีความเหมาะสม
ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวสามารถลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานได้กว่า 29,500 บาทต่อปี และสามารถเพิ่มสัดส่วนการผลิตและการใช้พลังงานไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนตามนโยบายของกระทรวงพลังงานได้ไม่น้อยกว่า 0.67 toeต่อปี หรือ คิดเป็น 7,800 หน่วยต่อปี ที่สำคัญยังส่งผลให้ประชาชนได้รับประโยชน์จากการทำประมงชายฝั่งโดยเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของสัตว์น้ำในพื้นที่มากยิ่งขึ้น สร้างรายได้และความเป็นอยู่ที่ดีอย่างยั่งยืนให้กับประชาชนในพื้นที่ นอกจากนี้ ยังสร้างสิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศที่ดีเนื่องจากสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการใช้พลังงานไฟฟ้าได้อีกด้วย
“ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ และชาวประมงพื้นบ้าน ริเริ่มจัดทำโครงการธนาคารปูไข่เพื่ออนุรักษ์และเพิ่มทรัพยากรปูม้า มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2559 โดยจะนำปูม้าไข่แก่นอกกระดองที่ชาวประมง จับได้มาแยกไข่ออกจากแม่ปู จากนั้นนำไข่มาฟักและอนุบาลตัวอ่อนก่อนปล่อยกลับคืนสู่ธรรมชาติ โดยขั้นตอน การดำเนินการดังกล่าวจำเป็นต้องใช้ระบบและอุปกรณ์ที่ต้องใช้พลังงานไฟฟ้าและไฟฟ้า ซึ่งทำให้โครงการมีต้นทุนค่าไฟฟ้าสูงพอสมควร นอกจากนนี้ บางครั้งยังประสบปัญหาไฟฟ้าตกดับทำให้ลูกปูม้าไข่ที่อนุบาลไว้ขาดออกซิเจนเกิดความเสียหายอย่างมาก ทางสำนักงานพลังงานจังหวัดจันทบุรีเห็นว่า โครงการดังกล่าวเป็นประโยชน์ต่อประชาชนในพื้นที่ เพราะใช้พลังงานทดแทนช่วยบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่มีความเหมาะสม จึงได้ร่วมสนับสนุนการใช้พลังงานทดแทนขึ้นในศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เพื่อส่งเสริมให้โครงการดังกล่าวสามารถเป็นต้นแบบการทำประมงพื้นบ้านที่มีความยั่งยืน และขยายผลไปสู่กลุ่มชาวประมงพื้นบ้านในพื้นที่อื่นอีกต่อไป” พลังงานจังหวัดจันทบุรี กล่าว

สื่อมวลชนเยี่ยมชมวิสาหกิจชุมชนเปลี่ยนขยะและของเสียเป็นพลังงานงานทดแทน

สำนักงานพลังงานจังหวัดอุตรดิตถ์ ร่วมกับ วิสาหกิจชุมชนคนรักษ์พลังงาน และเทศบาลตำบลป่าเซ่า ส่งเสริมเทคโนโลยีก๊าซชีวภาพเปลี่ยนขยะและของเสียเป็นพลังงานทดแทน ลดค่าใช้จ่ายพลังงานในชุมชน

สำนักงานพลังงานจังหวัดอุตรดิตถ์ ร่วมกับ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนคนรักษ์พลังงาน และเทศบาลตำบลป่าเซ่า ส่งเสริมการผลิตก๊าซชีวภาพจากขยะและมูลสัตว์ สร้างพลังงานทดแทนใช้ในชุมชน ช่วยลดต้นทุนค่าใช้จ่ายด้านพลังงานในครัวเรือน แก้ปัญหามลภาวะทางกลิ่นจากขยะและมูลสัตว์ พร้อมสร้างสิ่งแวดล้อมสีเขียว

จังหวัดอุตรดิตถ์ -วันนี้ (26 มิถุนายน 2560) นางสาวพัฒน์นรี กมลสุรเชษฐ์ พลังงานจังหวัดอุตรดิตถ์ เปิดเผยว่า ชุมชนบ้านห้วยบง ในพื้นที่หมู่ 7 ตำบลป่าเซ่า อำเภอเมือง จังหวัดอุตรดิตถ์ ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเลี้ยงสัตว์ เช่น วัว สุกร โค-กระบือ เป็ด-ไก่ เป็นต้น ซึ่งทำให้ชุมชนประสบปัญหาจากกลิ่นเหม็นของมูลสัตว์ที่ส่งผลกระทบต่อคนและสิ่งแวดล้อมในชุมชน ดังนั้น เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาดังกล่าว ทางสำนักงานพลังงานจังหวัดอุตรดิตถ์จึงได้ร่วมกับ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนคนรักษ์พลังงาน และเทศบาลตำบลป่าเซ่า ในการจัดทำโครงการบ่อหมักก๊าซชีวภาพ เพื่อส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีก๊าซชีวภาพในการเปลี่ยนมูลสัตว์ต่างๆ เป็นพลังงานทดแทนสำหรับใช้ในชุมชน

โดยสำนักงานพลังงานจังหวัดอุตรดิตถ์ กระทรวงพลังงานได้สนับสนุนงบประมาณภายใต้โครงการเพิ่มสมรรถนะด้านการบริหารและจัดการพลังงานครบวงจรในชุมชนระดับตำบลและวิสาหกิจชุมชนชน และงบประมาณภายใต้โครงการส่งเสริมและพัฒนาพลังงานทดแทน จำนวน 750,000 บาท ในการก่อสร้างบ่อหมักก๊าซชีวภาพจำนวน 50 บ่อ กระจายทั่วพื้นที่หมู่ 7 พร้อมเดินระบบท่อส่งก๊าซชีวภาพไปยังครัวเรือนในชุมชนจำนวน 50 หลังคาเรือน

ทั้งนี้ โครงการบ่อหมักก๊าซชีวภาพ มีกำลังการผลิตก๊าซชีวภาพเพื่อใช้เป็นพลังงานทดแทนรวมทั้ง 50 บ่อ จำนวน 150 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน หรือเทียบเท่าก๊าซแอลพีจีจำนวน 69 กิโลกรัมต่อวัน ซึ่งผลผลิตดังกล่าวสามารถช่วยให้ครัวเรือนในชุมชนห้วยบงลดใช้ก๊าซแอลพีจึได้ 100% จากปกติที่ 1 ครัวเรือนจะมีปริมาณการใช้ก๊าซแอลพีจีอยู่ที่ 4 เดือนต่อ 1 ถัง (ถังละ 15 กิโลกรัม) ปัจจุบัน ครัวเรือนในพื้นที่ชุมชนห้วยบงไม่ต้องพึ่งพาก๊าซแอลพีจีจากภายนอกอีกต่อไป

“แม้ว่าของเสียจากมูลสัตว์ต่างๆ จะสร้างปัญหาให้กับสิ่งแวดล้อมในชุมชน แต่ในมุมกลับกันก็มีศักยภาพที่จะแปรเปลี่ยนเป็นพลังงานทดแทนได้ สำนักงานพลังงานจังหวัดอุตรดิตถ์จึงได้ส่งเสริมให้นำมาบริหารจัดการให้เกิดประโยชน์ จึงได้สนับสนุนให้เกิดโครงการบ่อหมักก๊าซชีวภาพขึ้นมา โดยมีเป้าหมายหลักคือ ช่วยลดรายจ่ายค่าก๊าซแอลพีจีและสนับสนุนให้ชุมชนตระหนักถึงการพึ่งพาแหล่งพลังงานที่มีศักยภาพในชุมชนแทนการการพึ่งพาพลังงานจากแหล่งภายนอก ช่วยลดกลิ่นรบกวนชุมชนที่เกิดจากมูลสัตว์ เปลี่ยนมลภาวะทางสิ่งแวดล้อมให้เป็นชุมชนสีเขียว และสร้างความมั่นคงด้านพลังงานอย่างยั่งยืนในชุมชน ตลอดจนเกิดผลพลอยได้เป็นผลิตภัณฑ์ปุ๋ยชีวภาพอัดแท่งจำหน่ายสร้างรายได้ให้กับกลุ่มวิสาหกิจชุมชนในพื้นที่ได้อีกด้วย” พลังงานจังหวัดอุตรดิตถ์ กล่าว

กระทรวงพลังงานพาสื่อมวลชนท้องถิ่นดูงานหมู่บ้านปลอดแอลพีจี

สำนักงานพลังงานจังหวัดสุโขทัย ส่งเสริมการบริหารจัดการของเสียด้วยเทคโนโลยีก๊าซชีวภาพหนุนชุมชนบ้านเสาหิน เป็นหมู่บ้านปลอดแอลพีจี ตามวิถีชีวิตชุมชนพอเพียง

สำนักงานพลังงานจังหวัดสุโขทัย กระทรวงพลังงาน ร่วมส่งเสริมเทคโนโลยีก๊าซชีวภาพเปลี่ยนมูลสัตว์และของเสียในฟาร์มเลี้ยงสัตว์ เป็นเชื้อเพลิงทดแทนก๊าซหุงต้มใช้ในฟาร์มและส่งกระจายสู่ครัวเรือนในชุมชน ยกระดับชุมชนบ้านเสาหิน อำเภอกงไกรลาศ จังหวัดสุโขทัย เป็นหมู่บ้านปลอดแอลพีจี สร้างความมั่นคงและยั่งยืนด้านพลังงานให้ชุมชนจังหวัดสุโขทัย

วันนี้ (23 มิถุนายน 2560) นายจารุเกียรติ ปัญญาดี พลังงานจังหวัดสุโขทัย กระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า จากข้อมูลปศุสัตว์ในพื้นที่จังหวัดสุโขทัย พบว่า มีเกษตรกรที่ประกอบอาชีพเลี้ยงสัตว์ เช่น โคนมและสุกรขุนเป็นอาชีพเสริมจากการทำนาเป็นจำนวนมาก ตั้งแต่ขนาดเล็กไปจนถึงระดับฟาร์ม ซึ่งตั้งอยู่ในบริเวณใกล้เคียงกับแหล่งอาศัยของชุมชน ทำให้ชุมชนประสบปัญหาจากกลิ่นเหม็นของมูลสัตว์และแมลงต่างๆ ดังนั้น  เพื่อเป็นการแก้ปัญหาดังกล่าว ทางสำนักงานพลังงานจังหวัดสุโขทัย กระทรวงพลังงาน จึงได้ลงพื้นที่เพื่อสำรวจ
แหล่งฟาร์มโคนมและสุกรที่มีศักยภาพสามารถผลิตก๊าซชีวภาพเพื่อเป็นพลังงานทดแทนได้  โดยได้คัดเลือกฟาร์มที่มีความสนใจและมีความพร้อมที่จะเข้าร่วมโครงการนำร่องในการบริหารจัดการของเสียที่เกิดขึ้นในฟาร์ม เพื่อเปลี่ยนเป็นเชื้อเพลิงทดแทนก๊าซหุงต้มด้วยเทคโนโลยีก๊าซชีวภาพ ซึ่งมีเป้าหมายหลักคือ ช่วยลดรายจ่ายค่าก๊าซหุงต้ม (LPG) และสนับสนุนให้ชุมชนตระหนักถึงการพึ่งพาแหล่งพลังงานที่มีศักยภาพในชุมชนแทนการการพึ่งพาพลังงานจากแหล่งภายนอก อีกทั้งยังช่วยลดกลิ่นรบกวนที่เกิดจากมูลสัตว์ และสร้างความมั่นคงด้านพลังงานอย่างยั่งยืนในชุมชนได้อีกด้วย

ทั้งนี้ อัจฉราฟาร์ม ซึ่งเป็นฟาร์มสุกรของนางอัจฉรา สุขแท้ ตั้งในพื้นที่หมู่ที่ 9 ชุมชนบ้านเสาหิน ตำบลป่าแฝก อำเภอกงไกรลาศ จังหวัดสุโขทัย นับเป็นหนึ่งในฟาร์มนำร่องที่ได้รับคัดเลือกให้เข้าร่วมโครงการส่งเสริมการรวมกลุ่มสร้างเครือข่ายกลุ่มผู้ผลิตและใช้พลังงานทดแทน ภายใต้โครงการส่งเสริมการผลิตพลังงานทดแทนในระดับชุมชน งบประประมาณโดยกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ที่ประสบความสำเร็จและได้ถูกยกระดับให้เป็นหมู่บ้านต้นแบบในการบริหารจัดการพลังงานอย่างครบวงจร เพื่อเป็นต้นแบบให้กับหมู่บ้านใกล้เคียงหรือ
ผู้ที่สนใจได้เข้ามาศึกษาและนำไปขยายผลในชุมชนอื่นๆ ทั่วประเทศต่อไป  โดยโครงการดังกล่าวได้รับงบประมาณสนับสนุนจำนวนทั้งสิ้น 381,037 บาท ในการก่อสร้างบ่อหมักก๊าซชีวภาพประเภทโดมคงที่ (Fixed Dome) ขนาด 100 ลูกบาศก์เมตร พร้อมเดินระบบท่อส่งก๊าซชีวภาพไปยังชุมชนจำนวน 33 ครัวเรือน โดยชุมชนให้ความร่วมมือในการขุดดินเพื่อวางแนวท่อหลักไปยังครัวเรือนแต่ละหลังคาเรือน และร่วมกันกำกับดูแลความปลอดภัยของแนวท่อส่งก๊าซชีวภาพ

“ปัจจุบัน จากการเข้าร่วมชุมชนดังกล่าว ชุมชนบ้านเสาหินสามารถลดการใช้ก๊าซหุงต้มได้ 100% จากเดิมที่มีปริมาณการใช้ก๊าซแอลพีจีอยู่ที่ 2,550 กิโลกรัมต่อปี คิดเป็นผลประหยัดค่าใช้จ่ายประมาณ 49,300 บาทต่อปี หรือคิดเป็น 2.44 ตันเทียบเท่าน้ำมันดิบ นอกจากนี้ ยังสามารถลดมลภาวะสิ่งแวดล้อมจากกลิ่นมูลสัตว์และของเสียจากฟาร์ม ทำให้ชุมชน ฟาร์ม และกลุ่มผู้ประกอบอาชีพเลี้ยงสัตว์สามารถอยู่ร่วมกันได้ และยกระดับให้เป็นหมู่บ้านปลอดแอลพีจี สามารถลดการพึ่งพาพลังงานจากภายนอก แต่พึ่งพาพลังงานทดแทนที่ชุมชนมีศักยภาพ ตามวิถีชีวิตชุมชนพอเพียง” พลังงานจังหวัดสุโขทัย กล่าว

ASTANA Expo 2017

เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2560 พลเอกสุรศักดิ์ ศรีศักดิ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน พร้อมคณะเข้าเยี่ยมชม และให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ในบูธ THAILAND PAVILION พร้อมเข้าเยี่ยมชมส่วนการจัดแสดงของประเทศสิงคโปร์ สวิตเซอร์แลนด์ และรัสเซีย ซึ่งได้รับฟังคำอธิบาย และการต้อนรับ เป็นอย่างดี”

ประกวดออกแบบตราสัญลักษณ์ “ผลิตภัณฑ์ชุมชน ลดใช้พลังงาน”

สำนักส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนชน สำนักงานปลัดกระทรวงพลังงาน ขอเรียนเชิญนักเรียน นิสิต และประชาชนทั่วไป ส่งผลงานประกวดออกแบบตราสัญลักษณ์ “ผลิตภัณฑ์ชุมชน ลดใช้พลังงาน

ตราสัญลักษณ์ดังกล่าว จะถูกนำไปใช้งานบนบรรจุภัณฑ์ ที่มีการลดใช้พลังงานจากการเปลี่ยนแปลงกระบวนการผลิตหรือการแปรรูป เพื่อให้เกิดเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของผลิตภัณฑ์ และเป็นการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้รับทราบในวงกว้าง

สามารถส่งผลงานได้ตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันที่ 28 พฤษภาคม 2560

Click !!! ดาวน์โหลดใบสมัครและกติกา

Click !!! ดาวน์โหลดโปสเตอร์โครงการ

กระทรวงพลังงาน เชิญร่วมงาน SETA 2017

โครงการพลังงานและเทคโนโลยีที่ยั่งยืนแห่งเอเชีย 2560 หรือ SETA 2017

ภายใต้ธีม “Towards A Low-Carbon Society” ชูเทรนด์พลังงานไฮบริด รถพลังงานไฟฟ้า

 

กระทรวงพลังงาน ร่วมกับ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมด้วย กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงคมนาคม และ กระทรวงอุตสาหกรรม ประกาศความพร้อมเดินหน้าการจัดประชุมวิชาการและนิทรรศการนานาชาติ “โครงการพลังงานและเทคโนโลยีที่ยั่งยืนแห่งเอเชีย 2560” หรือ “SETA 2017” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ภายใต้ธีม “Towards A Low-Carbon Society” ใน 4 หัวข้อหลัก ได้แก่ นโยบายและการวางแผนด้านพลังงาน เทคโนโลยีระบบผลิตกระแสไฟฟ้าเพื่อปล่อยคาร์บอนต่ำ พลังงานเพื่อการคมนาคมขนส่งเพื่อปล่อยคาร์บอนต่ำ และ เมืองอัจฉริยะและอุตสาหกรรมสีเขียว เพื่อผลักดันและพัฒนาองค์ความรู้ด้านพลังงานและเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง โดยในปีนี้เน้นเทรนด์อุตสาหกรรมไฮบริด และรถยนต์พลังงานไฟฟ้า

งานประชุมวิชาการและนิทรรศการนานาชาติ “โครงการพลังงานและเทคโนโลยีที่ยั่งยืนแห่งเอเชีย 2560” หรือ “SETA 2017” เปิดโอกาสให้ผู้บริหารภาครัฐและภาคเอกชน ผู้ผลิต บริษัทผู้ผลิตไฟฟ้า นักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญ บริษัทผู้ผลิตพลังงานทดแทน ธนาคาร นักลงทุน จากทุกภาคส่วนและผู้สนใจทั่วไป ทั้งในและต่างประเทศ ได้รู้จักเทคโนโลยีด้านพลังงานล้ำหน้า พร้อมรับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญในหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งด้านวิชาการ และด้านธุรกิจ

ดร. อารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า “ภาครัฐมีเป้าหมายและนโยบายส่งเสริมและผลักดันให้อุตสาหกรรมพลังงานสามารถสร้างรายได้ให้ประเทศ ซึ่งถือเป็นอุตสาหกรรมเชิงยุทธศาสตร์ เพิ่มการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและพัฒนาให้เป็นศูนย์กลางธุรกิจพลังงานของภูมิภาค โดยแสวงหาและพัฒนาแหล่งพลังงานและเทคโนโลยีเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าจากทั้งในและต่างประเทศ รวมทั้งให้มีการกระจายแหล่งและประเภทพลังงานให้มีความหลากหลาย เหมาะสม และยั่งยืน ส่งเสริมให้มีการใช้แหล่งพลังงานเพื่อปล่อยคาร์บอนต่ำมากขึ้นในภาคขนส่ง การใช้พลังงานไฟฟ้าในภาคคมนาคม และส่งเสริมการใช้แก๊สโซฮอล์และไบโอดีเซลในภาคครัวเรือน ส่งเสริมการผลิต การใช้ ตลอดจนการวิจัยและพัฒนาพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก ทั้งนี้ ให้มีการพัฒนาอุตสาหกรรมอย่างครบวงจร ส่งเสริมและผลักดันการอนุรักษ์พลังงานอย่างเต็มรูปแบบ กระทรวงพลังงานมีความยินดีเป็นอย่างยิ่ง ในการสนับสนุนและร่วมจัดงานประชุมวิชาการและนิทรรศการนานาชาติ “โครงการพลังงานและเทคโนโลยีที่ยั่งยืนแห่งเอเชีย 2560” หรือ “SETA 2017” ซึ่งเป็นงานแสดงนิทรรศการพลังงานที่นำเสนอองค์ความรู้ นวัตกรรม ประสบการณ์ที่หลากหลายและครบถ้วน

ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางชั้นนำในการดำเนินการพัฒนาประสิทธิภาพของการใช้พลังงานและการพัฒนาพลังงานทางเลือก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในเรื่องการลดผลกระทบที่เกิดจากคาร์บอนไดออกไซด์ในอากาศจากภาคอุตสาหกรรมต่าง ๆ เช่น การคมนาคม การขนส่ง พลังงานไฟฟ้า อุตสาหกรรม ที่อยู่อาศัย เป็นต้น ในครั้งนี้ การจัดงานจะเน้นอภิปรายเรื่อง “พลังงานคาร์บอนต่ำ ” ซึ่งการจัดการให้ประสบความสำเร็จ จะต้องอาศัยทั้งเทคโนโลยีและโซลูชั่น หาทางออกร่วมกันเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพและความยั่งยืนของทั้งการผลิตพลังงานและการใช้พลังงาน ที่เป็นความท้าทายของประเทศไทยและทุกประเทศทั่วโลก การพัฒนาพลังงานหมุนเวียนที่จะทำให้มีการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ต่ำ แนวทางการลดใช้พลังงานที่ไม่มีประสิทธิภาพ นโยบายการแก้ปัญหาเหล่านี้เป็นสิ่งสำคัญที่เราจะเน้นย้ำในงานครั้งนี้ เป็นโอกาสอันดี ที่จะทำให้ประชาชนไทย ทั้งผู้ที่มีบทบาทในเชิงนโยบาย การบริหาร ตลอดจนประชาชนทั่วไป ได้แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ประสบการณ์จากผู้เชี่ยวชาญทั้งจากในและต่างประเทศ เปิดมุมมอง และมิติแห่งการพัฒนาด้านพลังงานอย่างเต็มรูปแบบ”

รศ.ดร.ธัชชัย สุมิตร ประธานคณะกรรมการดำเนินงานโครงการพลังงานและเทคโนโลยีที่ยั่งยืนแห่งเอเชีย 2560 กล่าวว่า “งาน SETA 2017 เป็นการจัดงานระดับนานาชาติ โดยในปีนี้จัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 2  จากการประสบความสำเร็จในการจัดงานในปีแรกที่ผ่านมา ถือเป็นอีกก้าวที่สำคัญในความร่วมมือของหน่วยงานหลักของประเทศ โดยกระทรวงพลังงาน กระทรวงคมนาคม กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และกระทรวงอุตสาหกรรม รวมทั้งองค์กรรัฐวิสาหกิจ และภาคเอกชน ผู้มีส่วนร่วมต่อการสร้างบทบาทและความร่วมมือระหว่างหน่วยงานในการผลักดันประเทศไทยให้ก้าวสู่ความเป็นผู้นำด้านพลังงานในภูมิภาคอาเซียนอย่างแท้จริง โดยมีวัตถุประสงค์ในการสร้างเวทีพูดคุย และร่วมหาคำตอบตั้งแต่การหาแหล่งพลังงาน ตลอดจนการใช้ ระบบผลิตกระแสไฟฟ้า ภาคขนส่ง ภาคอุตสาหกรรม และภาคครัวเรือน โดยในงานประชุมครั้งนี้จะมุ่งเน้นไปในประเด็นที่ทั้งเอเชียและทั่วโลกล้วนให้ความสำคัญ โดยเฉพาะประเด็นด้านแหล่งพลังงานคาร์บอนต่ำ ในปีนี้มีการเพิ่มพื้นที่แสดงนิทรรศการอีกเท่าตัว โดยมีความเป็นพิเศษ มุ่งเน้นถึงอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีไฮบริด และรถที่ใช้พลังงานไฟฟ้า และกิจกรรมการจับคู่ธุรกิจ กว่า 200บริษัท เพื่อส่งเสริมการลงทุนและการถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านพลังงานให้กับประเทศ โดยตั้งเป้าผู้เข้าชมและร่วมงานตลอดทั้ง 3 วัน จำนวนกว่า 10,000 คน จาก 50 ประเทศทั่วโลก”

ด้านกิจกรรมในงานประชุมวิชาการและนิทรรศการนานาชาติ “โครงการพลังงานและเทคโนโลยีที่ยั่งยืนแห่งเอเชีย 2560” หรือ “SETA 2017” ได้รับเกียรติจากวิทยากรปาฐกถาหลัก ได้แก่ พลเอก อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน  นาย อาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีกระทรวงคมนาคม ดร.พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ดอกเตอร์แมกซิมัส จอนนิตี้ อองกิลิ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน น้ำ และเทคโนโลยีเพื่อสิ่งแวดล้อม ประเทศมาเลเซีย (Dr. Maximus Johnity Ongkili,  Minister of Energy, Green Technology and Water, Malaysia) ฯพณฯ เฆซุส มิเกล ซันส์  เอกอัครราชทูตแห่งสหภาพยุโรปประจำประเทศไทย (H.E. Jesús Miguel Sanz, Ambassador and Head of Delegation of the European Union in Thailand) แอคเนตา ไรซิ่ง ผู้อำนวยการใหญ่สมาคมนิวเคลียร์โลก (Ms. Agneta Rising, Director General of World Nuclear Association) และฯพณฯ  ชิโร ซะโดะชิมะ เอกอัคราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย (H.E. Mr.Shiro Sadoshima, Ambassador of Japan in Thailand)

นอกจากนี้ ยังมีการจัดให้มีการบรรยาย ประชุมสัมมนา และเวิร์คช็อปจากองค์กรระดับนานาชาติ และบริษัทที่เป็นผู้นำในหัวข้อต่างๆ อาทิ “CEO Energy Forum” “CLMVT Energy Forum“ Financing in Energy โดย มูดีส์ (Moodys)” “Hybrid & EV Technology” เป็นต้น ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติม และลงทะเบียนร่วมงานได้ในเว็บไซต์ www.SETA.Asia

งานประชุมวิชาการและนิทรรศการนานาชาติ “โครงการพลังงานและเทคโนโลยีที่ยั่งยืนแห่งเอเชีย 2560” หรือ “SETA 2017” จะมีผู้เข้าร่วมงานเป็นผู้บริหาร ภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ และภาคเอกชน ผู้ผลิต บริษัทผู้ผลิตไฟฟ้า นักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญ บริษัทผู้ผลิตพลังงานทดแทน ธนาคาร นักลงทุน จากทุกภาคส่วนและผู้สนใจทั่วไป ทั้งในและต่างประเทศ กว่า 10,000 คน พื้นที่จัดงาน 9,600 ตารางเมตร บูธจัดงาน กว่า 200 บูธ โดยมีโซนไฮบริดและเทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้า โซนโซล่าเซลส์ และโซนระบบเมืองอัฉริยะ จากเมืองโตเกียวและกรุงเทพมหานคร รวมไปถึงพาวิเลียนจากต่างประเทศ อีก 11 ประเทศ พร้อมกิจกรรมการจับคู่ธุรกิจ  อาทิ ประเทศแคนาดา เยอรมัน ไต้หวัน เกาหลี จีน ญี่ปุ่น อินเดีย มาเลเซีย สิงคโปร์ จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 8-10  มีนาคม 2560 เวลา 8.30-18.00 น. ณ ฮอลล์ 103-104 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา

กระทรวงพลังงานเปิดบูธให้บริการประชาชนที่จะไปร่วมสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

 

กระทรวงพลังงาน ร่วมกับ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย และ บริษัท ปตท จำกัด (มหาชน) เปิดบูธให้บริการประชาชนที่จะไปร่วมสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่พระบรมมหาราชวัง สามารถรับอาหารและเครื่องดื่ม อาทิ กาแฟอเมซอน น้ำดื่ม ข้าวไข่เจียว ที่จุดรับรองประชาชน บริเวณสนามหลวง ฝั่งสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า (ดังตำแหน่งที่แสดงในแผนที่) โดยจะให้บริการเวลา 9.00 – 20.00 น. ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปจนครบกำหนด 100 วัน (ครบกำหนด 100 วัน 20 ม.ค.2560)

ขอเชิญข้าราชการ เจ้าหน้าที่ และประชาชนทั่วไป เข้าถวายน้ำสรงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร

ขอเชิญข้าราชการ เจ้าหน้าที่ และประชาชนทั่วไป เข้าถวายน้ำสรงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร น้อมเกล้าน้อมกระหม่อมส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ ซึ่งประดิษฐาน ณ ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง วันนี้ (14 ตุลาคม 2559) ตั้งแต่เวลา 8.30 น. ถึง 12.00 น.

ยธ. จัดงาน “ตลาดคลองผดุง : รวมใจภักดิ์ รักแม่เที่ยงแท้ยุติธรรม” พร้อมให้บริการคำปรึกษาทางกฎหมาย เพื่อขับเคลื่อนความยุติธรรมสู่ประชาชน

กระทรวงยุติธรรม

วันที่ 3 สิงหาคม 2559 เวลา 13.30 น. ณ บริเวณเวทีกลาง ตลาดคลองผดุงกรุงเกษม ข้างทำเนียบรัฐบาล พลเอก ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมเป็นประธานในพิธีเปิดงาน “ตลาดคลองผดุง : รวมใจภักดิ์ รักแม่เที่ยงแท้ยุติธรรม” ซึ่งกำหนดจัดขึ้นระหว่าง วันที่ 1 – 24 สิงหาคม 2559 โดยมี นายชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ ปลัดกระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วย นางสาวเรณู ตังคจิวางกูร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ในฐานะประธานกรรมการโครงการตลาดคลองผดุงกรุงเกษม พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานในสังกัดกระทรวงยุติธรรมและ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมงาน

โอกาสนี้ ปลัดกระทรวงยุติธรรมกล่าวรายงานว่า ตลาดคลองผดุงกรุงเกษมเป็นดำริของ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ให้ความสำคัญในการสร้างโอกาส ลดความเหลื่อมล้ำ พร้อมกระจายโอกาสสู่ชุมชนอย่างทั่วถึง โดยที่ผ่านมา มีกระทรวงต่าง ๆ หมุนเวียนกันจัดงานเพื่อแสดงผลงานและสินค้ารวมทั้งบริการของหน่วยงานให้ ประชาชนมาอุดหนุนและใช้บริการ ถือได้ว่าเป็นการสนับสนุนนโยบายของรัฐบาลในการสร้างการมีสวนร่วมของภาครัฐ ภาคประชาชน และภาคเอกชน ตามแนวทางโครงการประชารัฐของรัฐบาล

จากนั้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวเปิดงานว่า กระทรวงยุติธรรมในฐานะเจ้าภาพการจัดงานตลาดคลองผดุงกรุงเกษมประจำเดือน สิงหาคม ขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการแสดงออกถึงความจงรักภักดีและน้อมรำลึกถึงพระมหา กรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 7รอบ 84 พรรษา โดยการจัดงานตลาดคลองผดุงกรุงเกษม ภายใต้ชื่อว่า “ตลาดคลองผดุง: รวมใจภักดิ์ รักแม่เที่ยงแท้ยุติธรรม”พร้อมทั้งการจัดกิจกรรมลงนามถวายพระพรและพิธีจุด เทียนชัยถวายพระพร ในวันที่ 12 สิงหาคม 2559 เวลา 19.29 น. ณ บริเวณเวทีกลาง ตลาดคลองผดุงกรุงเกษม พร้อมกับประชาชนทั่วประเทศ

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวต่อว่า ตลาดคลองผดุงกรุงเกษมถือเป็น “ตลาดประชารัฐ” ที่ ส่งเสริมให้เกิดผู้ประกอบการรายใหม่และทำให้เกิดการพัฒนาศักยภาพการผลิต สินค้าของคนไทย ซึ่งที่ผ่านมาประชาชนให้การตอบรับและสนใจมาเที่ยวชมตลาดแห่งนี้เป็นจำนวนมาก โดยมียอดจำหน่ายสินค้าและผลิตภัณฑ์เป็นจำนวนเงินมากกว่า 1,000 ล้านบาท ส่งผลให้เกิดการเชื่อมโยงเศรษฐกิจขนาดเล็กไปสู่เศรษฐกิจขนาดใหญ่ อันจะช่วยสร้างรายได้ให้แก่ประชาชนในประเทศ และในการจัดงานครั้งนี้กระทรวงยุติธรรมได้นำสินค้าและผลิตภัณฑ์จากฝีมือของ ผู้ที่เคยกระทำผิดมาแสดงและจัดจำหน่ายภายในงาน เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบถึงนโยบายการฟื้นฟูผู้กระทำผิดด้วยการส่งเสริมการ เรียนรู้และการฝึกอาชีพ เพื่อให้ผู้กระทำผิดมีแนวทางประกอบอาชีพสุจริตและไม่หวนกลับไปกระทำผิดซ้ำ ซึ่งจะช่วยสร้างความปลอดภัยให้กับสังคมต่อไป นอกจากนี้ กระทรวงยุติธรรมได้จัดให้บริการคำปรึกษาทางกฎหมายและความรู้แก่ประชาชน จึงถือเป็นการอำนวยความยุติธรรมสู่สังคมและทำให้ประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดี ขึ้น ตลอดจนสร้างความใกล้ชิดระหว่างกระทรวงยุติธรรมและประชาชนมากยิ่งขึ้น

หลังจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมกล่าวเปิดงานแล้ว ปลัดกระทรวงยุติธรรม พร้อมคณะผู้บริหารกระทรวงฯ ได้เชิญรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมเยี่ยมชมบู้ธต่าง ๆ ภายในงาน พร้อมทักทายเจ้าหน้าที่ ผู้ประกอบการและอาสาสมัครคุมประพฤติ ที่มาร่วมแสดงสินค้าและงานบริการด้วยอัธยาศัยอันดี

ขอเชิญร่วมงาน “มหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ 2559”

มหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ 2559

กระทรวงพลังงาน ขอเชิญร่วมงาน “มหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ 2559” พบกับกิจกรรมและนิทรรศการด้านพลังงาน บูธบ้านประหยัดพลังงาน การขับรถประหยัดพลังงาน แผนบูรณาด้านพลังงานระยะยาว (TIEB) นอกจากนั้น ยังมีบูธนิทรรศการจากหลากหลายหน่วยงาน โดยงานจะมีขึ้น ณ ฮอลล์ 2 – 8 เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 18 – 28 สิงหาคม 2559

รับสมัครหน่วยงานราชการและสถาบันการศึกษาของรัฐ เปลี่ยนหลอดไฟเก่าเป็นหลอด LED

รับสมัครหน่วยงานราชการและสถาบันการศึกษาของรัฐ เปลี่ยนหลอดไฟเก่าเป็นหลอด LED

กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน รับสมัครหน่วยงานราชการและสถาบันการศึกษาของรัฐ เปลี่ยนหลอดไฟเก่าเป็นหลอด LED ตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 15 กรกฎาคม 2559

– รับสมัครหน่วยงานราชการและสถาบันการศึกษาของรัฐ
– วงเงินสนับสนุน 20 ล้านบาทต่อโครงการ
– วงเงินสนับสนุน รวมจำนวนทั้งสิ้น 203,400,000 บาท

สอบถามรายละเอียด”โครงการสนับสนุนหลอดประหยัดพลังงาน LED ในหน่วยงานราชการและสถาบันการศึกษาของรัฐ”
เพิ่มเติม
เบอร์โทรศัพท์ 0-2223-2593-5 ต่อ 1547, 1045
www.dede.go.th
FB : facebook.com/dedeofthailand
Line : dedeofthailand

ขอเชิญเยาวชน และประชาชนทั่วไป ร่วมส่งผลงานเข้าประกวด “วาดภาพเฉลิมพระเกียรติฯ ปีที่ 4 ประจำปี 2559”

ขอเชิญเยาวชน และประชาชนทั่วไป ร่วมส่งผลงานเข้าประกวด “วาดภาพเฉลิมพระเกียรติฯ ปีที่ 4 ประจำปี 2559”

เปิดรับสมัครตั้งแต่วันนี้ – 17 ต.ค. 59   ดาวน์โหลดใบสมัคร

 

 

 

ขอเชิญเยาวชนร่วมส่งผลงานเข้าประกวดโครงงาน “นวัตกรรมพลังงานเพื่อโลกสีเขียว 2559”

ขอเชิญเยาวชน นักเรียน ระดับ ม.ต้น ม.ปลาย และ ปวช. ร่วมส่งผลงานเข้าประกวดโครงงาน “นวัตกรรมพลังงานเพื่อโลกสีเขียว 2559”

เปิดรับสมัครตั้งแต่วันนี้ – 25 กรกฎาคม 2559

กติกาการสมัคร

ใบสมัครและหนังสือรับรอง

กระทรวงพลังงานเชิญชวนดาวน์โหลดไฟล์ภาพ “ประหยัดพลังงาน”

กระทรวงพลังงาน ได้จัดทำไฟล์ภาพ “ประหยัดพลังงาน” จำนวน 7 ภาพ อย่าลืมดาวน์โหลดแล้วพิมพ์ไปติดตามจุดต่างๆ เช่น สวิทช์ไฟ , ลิฟท์ , จุดวางรีโมทแอร์ ฯลฯ เพื่อย้ำเตือนให้ช่วยกันประหยัดพลังงานนะครับ link สำหรับดาวน์โหลดhttp://energy.go.th/…/wp-con…/uploads/2016/06/newsticker.zip

 

“ชม-ช้อป-ชิม” ณ ตลาดคลองผดุงกรุงเกษม ตลอดเดือนมีนาคมนี้ ในงาน “เพลินพลังงาน งานวิจัยขายได้”

กระทรวงพลังงาน ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ร่วมกันเป็นเจ้าภาพจัดงาน “เพลินพลังงาน งานวิจัยขายได้” ณ ตลาดคลองผดุงกรุงเกษม ระหว่างวันที่ 5 – 27 มีนาคม 2559 เพื่อเป็นการสนับสนุนนโยบายรัฐบาล (เพิ่มเติม…)