วันนี้ 20 กรกฎาคม 2569 นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน (รมว.พน.) ได้ให้การต้อนรับ H.E. Mr. Issa Abdullah Jaber Al-Alawi เอกอัครราชทูตรัฐสุลต่านโอมานประจำประเทศไทย (ออท.โอมาน) ณ ห้องรับรอง 2 กระทรวงพลังงาน โดย ออท โอมานประสงค์เข้าเยี่ยมคารวะ รมว.พน. ในโอกาสเข้ารับตำแหน่งฯ พร้อมหารือเพื่อขับเคลื่อนแนวทางความร่วมมือด้านพลังงานที่เป็นไปได้ระหว่างสองประเทศให้เป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น
ทั้งสองฝ่ายได้เน้นย้ำถึงการต่อยอดความร่วมมือและความสัมพันธ์อันดีที่มีร่วมกันมาอย่างยาวนาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการซื้อขายด้านน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ การร่วมลงทุนในโครงการพลังงานสะอาดและโครงการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมในโอมาน โดยในโอกาสนี้ ออท.โอมาน ได้แจ้งความประสงค์ที่จะผลักดันการลงนามในบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือระหว่างไทยกับโอมานให้เกิดขึ้นโดยเร็ว เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือด้านพลังงานและด้านอื่นๆ เช่น ด้านความมั่นคงด้านอาหาร ด้านการท่องเที่ยว ฯลฯ ของทั้งสองประเทศให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ออท.โอมาน ได้แจ้งว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานและแร่ธาตุแห่งโอมาน พร้อมด้วยคณะผู้บริหารระดับสูงของภาคเอกชนโอมาน มีกำหนดการเดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการเพื่อเข้าร่วมงาน Gastech 2026 ระหว่างวันที่ 14 - 17 กันยายน 2569 และหวังเป็นอย่างยิ่งว่ารัฐมนตรีพลังงานของทั้งสองฝ่ายจะได้มีโอกาสหารือทวิภาคีในรายละเอียดด้านความร่วมมือด้านพลังงานร่วมกันต่อไป
ในโอกาสนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้กล่าวแสดงความขอบคุณ ออท.โอมานในฐานะประเทศหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจที่สำคัญของไทย โดยมีความยินดีที่หน่วยงานภาคเอกชนของไทย เช่น บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และบริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) (ปตท.สผ.) ได้มีการดำเนินธุรกิจกับโอมานในหลากหลายมิติอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมเน้นย้ำว่าความร่วมมือกับโอมานจะเป็นส่วนสำคัญในการยกระดับความมั่นคงทางพลังงานของประเทศไทยอย่างยั่งยืน ช่วยลดความเสี่ยงจากการขาดแคลนพลังงาน และสร้างความพร้อมในการรับมือกับความผันผวนของราคาพลังงานในตลาดโลกในปัจจุบัน ทั้งนี้ ไทยอยู่ระหว่างการพัฒนาโครงการท่าเรือน้ำลึกฝั่งอันดามันและโครงการรถไฟทางคู่ความเร็วสูง ซึ่งโครงการเหล่านี้ถือเป็นยุทธศาสตร์ด้านโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญของไทยสำหรับการรองรับการขนส่งและการจัดเก็บปิโตรเลียมและพลังงานอื่นๆ จากภูมิภาคตะวันออกกลางเข้าสู่ภาคอุตสาหกรรมในประเทศและภูมิภาคอาเซียนได้ในอนาคต นอกจากนี้ ไทยและโอมานยังมีโอกาสในการขยายความร่วมมือในด้านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานยุคใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นอย่างมากจากการเติบโตของ Data Center ยานยนต์ไฟฟ้า และเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI อีกด้วย



