วันที่ 19 สิงหาคม 2569 นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน (รมว.พน.) ได้ให้การต้อนรับนายพัก ยงมิน เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเกาหลีประจำประเทศไทย (ออท.เกาหลี) และคณะ ณ ห้องรับรอง 2 กระทรวงพลังงาน เพื่อหารือแนวทางส่งเสริมความร่วมมือด้านพลังงานระหว่างสองประเทศ โดยทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องถึงความสำคัญของการเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงาน ควบคู่กับการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด และการรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นจากอุตสาหกรรมใหม่ และพร้อมที่จะผลักดันความร่วมมือด้านพลังงานที่มีศักยภาพระหว่างไทยและเกาหลีให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม โดย ออท. เกาหลี ได้เสนอประเด็นความร่วมมือที่สนใจ ได้แก่ เทคโนโลยีการบริหารจัดการกำลังการผลิตไฟฟ้าและระบบกักเก็บพลังงาน การเชื่อมโยงโครงข่ายสายส่งไฟฟ้า และเทคโนโลยีการผลิตไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ของเกาหลี

ในโอกาสนี้ รมว.พน. ได้เน้นย้ำแนวทางที่รัฐบาลไทยกำลังเร่งขับเคลื่อนเพื่อสร้างความมั่นคงให้แก่ระบบพลังงานของประเทศ ได้แก่ การลดการพึ่งพาการนำเข้าพลังงาน การส่งเสริมเชื้อเพลิงชีวภาพและพลังงานหมุนเวียน โดยเฉพาะพลังงานแสงอาทิตย์ การเปิดโอกาสให้ภาคครัวเรือน ภาคอุตสาหกรรม และผู้ประกอบการสามารถผลิตไฟฟ้าใช้เองมากขึ้น ตลอดจนการพัฒนาโครงข่ายไฟฟ้าให้รองรับแหล่งผลิตไฟฟ้าที่มีความหลากหลายและกระจายตัวมากขึ้น ขณะเดียวกัน ไทยยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบกักเก็บพลังงาน ทั้งระบบกักเก็บพลังงานขนาดใหญ่และระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (BESS) รวมถึงการศึกษาการนำแบตเตอรี่จากรถยนต์ไฟฟ้ากลับมาใช้ประโยชน์ และการเตรียมความพร้อมสำหรับเทคโนโลยีพลังงานแห่งอนาคต เช่น โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็กแบบโมดูลาร์ (SMR) ซึ่งจำเป็นต้องมีมาตรการกำกับดูแลและการพัฒนาบุคลากรอย่างเหมาะสม

นอกจากนี้ ไทยยังมุ่งผลักดันการเชื่อมโยงระบบไฟฟ้าในภูมิภาค โดยต่อยอดจากความร่วมมือซื้อขายไฟฟ้าระหว่างลาว–ไทย–มาเลเซีย–สิงคโปร์ ไปสู่โครงข่ายไฟฟ้าอาเซียน (ASEAN Power Grid) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการพลังงานในภูมิภาค และรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นจาก Data Center อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ และอุตสาหกรรมแห่งอนาคต

ทั้งนี้ ออท.เกาหลี ได้แสดงความพร้อมที่จะสนับสนุนความร่วมมือกับไทยในด้านเทคโนโลยีระบบกักเก็บพลังงาน การพัฒนาโครงข่ายไฟฟ้า เชื้อเพลิงไฮโดรเจนสะอาด และ SMR รวมถึงการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และการพัฒนาบุคลากร เพื่อร่วมกันผลักดันความร่วมมือด้านพลังงานให้เกิดผลเป็นรูปธรรม และสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดของทั้งสองประเทศต่อไป