"เอกนัฏ" ดันร่างแผน PDP 2026 ชู “สะอาด-มั่นคง-เป็นธรรม” ที่สุดในประวัติศาสตร์ ชวนคนไทยร่วมกำหนดอนาคตไฟฟ้าประเทศ

กระทรวงพลังงานเดินหน้าปฏิรูปโครงสร้างพลังงานครั้งใหญ่เพื่อรองรับเศรษฐกิจยุคใหม่และก้าวข้ามวิกฤตภูมิรัฐศาสตร์โลก โดยเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นต่อร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ (PDP 2026) ฉบับใหม่ มุ่งยกระดับสัดส่วนพลังงานสะอาดแตะ 50% ใน 10 ปี พร้อมลดการพึ่งพาก๊าซนำเข้า และเตรียมปลดล็อกเสรีพลังงานให้หลังคาบ้านเรือนกลายเป็น “โรงไฟฟ้าประชาชน” หวังกระจายรายได้และลดต้นทุนค่าครองชีพอย่างแท้จริง พร้อมเชิญชวนประชาชนและทุกภาคส่วนร่วมแสดงความคิดเห็นในโค้งสุดท้ายอีก 1 สัปดาห์ เพื่อให้เป็นแผนพลังงานที่ตอบโจทย์คนไทยร่วมกัน

วันนี้ (9 กันยายน 2569) นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้กล่าวปาฐกถาพิเศษในงานสัมมนาเชิงวิชาการ The Big Issue: PDP 2026 Energy Green Power “พลิกโฉมพลังงานไทย สู่ฐานการผลิตสีเขียว” โดยเผยว่า ประเทศไทยกำลังเผชิญหน้ากับจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ แผน PDP ฉบับนี้ถือเป็นวาระสำคัญที่สุดของประเทศที่รอคอยมากว่า 8-10 ปี ท่ามกลางวิกฤตพลังงานโลกจากความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางที่กระทบต่อการขนส่งและราคาเชื้อเพลิงอย่างรุนแรง

กระทรวงพลังงานจึงออกแบบร่างแผน PDP 2026 เป็นแผนระยะยาวจนถึงปี ค.ศ. 2050 เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) โดยวางรากฐานพลังงานภายใต้ 3 เสาหลัก ได้แก่

"สะอาดที่สุด" กำหนดให้เพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียน จากปัจจุบันที่ต่ำกว่า 20% ปรับขึ้นเป็น 50% ภายใน 10 ปีแรก และขยับสู่ 65% จนถึงระดับสูงสุด 89% ในช่วง 15 ปีหลัง พร้อมเปิดรับเทคโนโลยีแห่งอนาคต เช่น โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR), เทคโนโลยีการดักจับคาร์บอน (CCUS) และพลังงานความร้อนใต้พิภพ

"มั่นคงที่สุด" มุ่งลดการพึ่งพาการนำเข้า Spot LNG ที่มีราคาสูงและผันผวน หันมาพึ่งพาแหล่งก๊าซในอ่าวไทยและแหล่งก๊าซเมียนมา ควบคู่กับการผลักดันพลังงานชีวมวล ซึ่งนอกจากจะสร้างความมั่นคงด้านเชื้อเพลิงแล้ว ยังช่วยสร้างรายได้ตรงสู่มือเกษตรกร และลดปัญหาฝุ่น PM2.5 จากการเผาเศษวัสดุทางการเกษตร

"เป็นธรรมที่สุด" มุ่งกระจายผลประโยชน์สู่ประชาชนด้วยการเปิดตลาดซื้อขายไฟฟ้าสะอาดเสรี (Direct PPA) และเปลี่ยนบทบาทประชาชนจาก “ผู้ใช้ไฟฟ้า” สู่ “เจ้าของโรงไฟฟ้า” ผ่านการปลดล็อก Solar Rooftop โดยตั้งเป้าจัดสรรโควตารับซื้อไฟฟ้าจากหลังคาเรือนสูงถึง 10,000 เมกะวัตต์ เพื่อไม่ให้ผลประโยชน์กระจุกตัวอยู่เพียงกลุ่มทุนขนาดใหญ่ ขณะเดียวกัน กฟผ. จะปรับบทบาทสู่การพัฒนาระบบโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ (Smart Grid) และระบบกักเก็บพลังงาน (Energy Storage) เพื่อบริหารจัดการความเสถียรของระบบ

“แผน PDP 2026 รอบนี้คือแผนที่เป็น 'ลมหายใจ' ของคนไทยทุกคน เพราะเกี่ยวข้องกับค่าครองชีพและอนาคตเศรษฐกิจของประเทศโดยตรง ตอนนี้กระทรวงพลังงานเปิดรับฟังความคิดเห็น ในโค้งสุดท้ายอีก 1 สัปดาห์ ผมจึงขอเชิญชวนพี่น้องประชาชน ผู้ประกอบการ และทุกภาคส่วน เข้ามาเป็นหุ้นส่วนสำคัญ ช่วยกันคิดและสะท้อนความเห็น เพื่อปรับจุดที่ไม่ตอบโจทย์ และทำให้แผนฉบับนี้สะอาดที่สุด มั่นคงที่สุด และเป็นธรรมที่สุดสำหรับทุกคนอย่างแท้จริง” นายเอกนัฏ กล่าวทิ้งท้าย