(29 เมษายน 2569) – กระทรวงพลังงาน เดินหน้าปฏิรูปภาคพลังงานยุคดิจิทัล ประชุมคณะกรรมการเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อการปฏิรูปพลังงานนัดแรกของปี 2569 โดยผนึกกำลังผู้แทนจากทุกหน่วยงานในสังกัด ร่วมวางรากฐานระบบข้อมูลพลังงานแบบบูรณาการ (Data Inventory & Flow) ควบคู่กับการเดินหน้าเตรียมพัฒนาศูนย์กลางข้อมูลพลังงานแห่งชาติ (NEDIC) และการจัดตั้งคณะอนุกรรมการด้านข้อมูลน้ำมัน เพื่อยกระดับความแม่นยำ โปร่งใส และความพร้อมในการรับมือวิกฤตพลังงานของประเทศ
นายพงศ์พล ยอดเมืองเจริญ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อการปฏิรูปพลังงาน ครั้งที่ 1/2569 ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 15 กระทรวงพลังงาน พร้อมด้วยผู้แทนจากทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงฯ ร่วมประชุมหารือเพื่อขับเคลื่อนนโยบายการบริหารจัดการข้อมูลพลังงานให้เกิดความแม่นยำ โปร่งใส และความพร้อมในการรับมือวิกฤตพลังงานของประเทศ โดยเน้นบทบาทของเทคโนโลยีและข้อมูลแบบ Real Time ในการเป็นกลไกหลักขับเคลื่อนการตัดสินใจเชิงนโยบายด้านพลังงาน ท่ามกลางความผันผวนของสถานการณ์พลังงานโลก ซึ่งที่ประชุมได้หารือเชิงลึกถึงแนวทางการเชื่อมโยงและใช้ประโยชน์จากข้อมูลพลังงานในทุกมิติ เพื่อสนับสนุนการทำงานของศูนย์ปฏิบัติการบริหารสถานการณ์วิกฤตพลังงาน (ศบก.) รวมถึงการเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะอย่างมีประสิทธิภาพ
ทั้งนี้ ได้กำหนดกรอบการพัฒนาข้อมูลสำคัญใน 4 มิติหลัก ได้แก่ ด้านน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งจะพัฒนาระบบติดตามปริมาณสำรองน้ำมันแบบใกล้เคียงเวลาจริง (Near Real-Time) และตรวจสอบโครงข่ายการขนส่งทั่วประเทศ ด้านก๊าซธรรมชาติ มุ่งบริหารจัดการข้อมูล LNG และการจัดสรรทรัพยากรให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ด้านระบบไฟฟ้า เน้นการวิเคราะห์กำลังการผลิตสำรอง (Reserve Margin) และพฤติกรรมการใช้ไฟฟ้าในยุคใหม่ และด้านพลังงานหมุนเวียน ซึ่งจะติดตามการขยายตัวของ Solar Rooftop และการเชื่อมต่อเข้าสู่ระบบโครงข่ายไฟฟ้าอย่างเป็นระบบ นอกจากนี้ ที่ประชุมยังรับทราบความคืบหน้าการเตรียมจัดตั้งศูนย์ NEDIC ซึ่งจะทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางรวบรวม วิเคราะห์ และเชื่อมโยงข้อมูลพลังงานของประเทศแบบเบ็ดเสร็จ เพื่อเป็น “Single Source of Truth” รองรับการตัดสินใจเชิงนโยบายที่แม่นยำ ทันเวลา และสอดคล้องกับสถานการณ์จริง
พร้อมกันนี้ ที่ประชุมมีมติเห็นชอบในหลักการสำคัญเพื่อผลักดันการดำเนินงานให้เกิดผลเป็นรูปธรรม ได้แก่ การขยายองค์ประกอบคณะกรรมการฯ เพื่อเพิ่มผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านให้ครอบคลุมเทคโนโลยีสมัยใหม่ และการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนการบริหารจัดการข้อมูลน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งจะทำหน้าที่รวบรวม วิเคราะห์ และตรวจสอบข้อมูลน้ำมันเชื้อเพลิงอย่างเข้มข้น เพื่อเสริมสร้างความโปร่งใสและความเชื่อมั่นต่อระบบพลังงานของประเทศในระยะยาว
